© 2018  M.I.S.S.Consult

The Professional of Psychometric tests & People Development Provider

สมอง และ การพัฒนาของบุคคล

June 27, 2017

 

"คุณเป็นได้อย่างที่คุณอยากเป็น"

 

ข้อความข้างบนเป็นความจริงที่อยู่ในความคิดและจิตใจของตัวดิฉัน เท่าที่ผ่านมา ได้ใช้พิสูจน์และพบว่า เราทำได้ถ้าเรามีความตั้งใจที่ดีเพียงพอและไม่ยอมแพ้ไปเสียก่อน

 

ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้ดิฉันเป็นคนที่สนใจกับศาสตร์การพัฒนาของบุคคลเป็นอย่างมาก เช่น ด้านจิตวิทยา และ ดิฉันพบว่า Neuroscience หรือ ประสาทวิทยาศาสตร์ ก็เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาบุคคล 

 

การเก็บข้อมูล ความรู้ ความรู้สึก อารมณ์ และ พฤติกรรม ที่สะสมและกลั่นกรองมาเป็นบุคคลแต่ละคน ทำให้พวกเรามีความแตกต่างกันไป ทั้งๆที่เรามีกระบวนการเรียนรู้เหมือนกัน แต่ วิธีการที่เราได้รับข้อมูล และ การใช้ศักยภาพของสมองที่ถูกบังคับโดยไม่รู้ตัวจากสภาพสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ทารก จนกระทั่งเติบโต เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะ เราใช้สมองเป็นหลักสำคัญในการเติบโต เราใช้ส่วน อัตโนมัติสำหรับการเคลื่อนที่ เราใช้อีกหลาย ๆ ส่วนของสมองเข้ามาเรียนรู้ และ สร้างความเป็นตัวตนของเรา ดิฉันคงไม่เขียนชื่อส่วนสมอง เพราะ ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเขียนในเรื่องนี้ในบทความนี้ เพราะสิ่งที่ดิฉันตั้งใจอยากเขียนคือ ความสามารถของสมองกับการพัฒนาของมนุษย์

 

ในการพัฒนาของบุคคล โดยเฉพาะในส่วนขององค์กรธุรกิจ, ที่ดิฉันพูดถึงในส่วนขององค์กรธุรกิจ เพราะ งานประจำหลักต้องยุ่งเกี่ยวกับทางองค์กรธุรกิจต่างๆ ทำให้พบความน่าสนใจ และ น่าศึกษาอย่างมากเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคล อีกทั้งกระบวนการพัฒนาบุคคลจะมีการกระทำที่ชัดเจนจากโลกขององค์กรธุรกิจ หลายๆองค์กรต้องการเพิ่มศักยภาพของบุคลากร โดยเฉพาะคุณสมบัติในด้าน ผู้นำ ดิฉันพบว่า หลายๆองค์กรยอมเสียเงินจำนวนมากสำหรับการพัฒนาในส่วนนี้ โดยตั้งความหวังว่า คนในองค์กรของพวกเขาจะเป็นไปตามที่คาดหวัง 

 

ในความคิดของดิฉัน และ จากการศึกษา มาตลอดระยะ 8 ปี ในด้านพฤติกรรมของคนทำงาน ดิฉันคิดว่า ความเป็นผู้นำ เป็นพฤติกรรมที่องค์กรอยากได้ ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ก็คือ การใช้หลักการของสมอง และ หลักการของประสาทวิทยาศาสตร์ (ความคิดผู้เขียน)

 

ดิฉันไม่ได้พูดถึง IQ/EQ เพราะหลายๆคนที่ฉลาด มีความสามารถมาก แต่กลายเป็นว่า องค์กรเองก็ไม่กล้าที่จะส่งเสริม เพราะ อาจขาด ความเชื่อถือได้ ความมีจริยธรรม และ/หรือ ความสามารถทางการบริหารจัดการอารมณ์ การบริหารคนและทีมงาน สิ่งเหล่านี้ ถือเป็นปัจจัยส่วนบุคคล ที่หลายๆองค์กรปวดหัวกับการค้นหาว่าแท้จริง บุคคลนั้น เป็นอย่างไร

 

 

การต้องการพัฒนาจึงเกิดขึ้น แต่ ในความคิดของดิฉัน ความเป็นผู้นำ จะเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับ วิธีการที่สมองของบุคคลผู้นั้นแปลความและมีความเข้าใจที่ถูกต้องและดีเพียงพอหรือไม่ ต่างหาก ถ้าเขาเข้าใจอย่างถูกต้อง เขาจะมีปฏิกิริยา ที่เรียกว่า "การจุดประกาย" และ "ความเอาจริงเอาจัง" ดังนั้น เขาจะเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาเอง แต่ถ้า องค์กรทำได้เพียง การให้ข้อมูลใหม่ ที่เขาเองรับรู้ แต่ไม่ยอมรับ หรือ ไม่เข้าใจอย่างดีเพียงพอ การลงทุนขององค์กรก็เรียกว่า แทบไม่ประสบความสำเร็จใดๆ ยังคงขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่ลงทุน ว่าพื้นฐานเดิมมีแค่ไหน ดิฉันจึงไม่แปลกใจที่ว่า หลายๆองค์กรบอกดิฉันว่า "คนนี้ ใช้ได้ ไม่มีปัญหา แต่คนนี้ เราไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ทำทุกอย่างแล้ว ทำเหมือนกันเลยคะ แต่ ผลที่ได้กลับแตกต่างกัน"

 

นี้คือความแตกต่างที่สำคัญ สมองมนุษย์มีการแปลความที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผ่านรูปแบบการทำงานของสมองที่พวกเขามีวิธีการเรียกใช้ และ ความเคยชินในการใช้โดยเฉพาะ ทำให้คนเรามองเรื่องเดียวกัน แต่เปิดใจรับได้ไม่เหมือนกัน หรือมองไม่เหมือนกันไปเลย ดังนั้น ถ้าเราเองไม่เคยให้ความสำคัญกับการแปลความของสมองบุคคล ลงทุนอย่างไรก็เรียกว่าแทบจะเสียประโยชน์ เพราะ ยังคงอยู่กับพื้นฐานของบุคคลผู้นั้นอยู่ดี แต่ ถ้าคุณต้องการพัฒนา และ เปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ดิฉันคิดว่า เราคงต้องให้ความเข้าใจในเรื่องราวของสมองและประสาทวิทยาศาสตร์ที่ดีพอสมควร ดังดิฉันจะยกตัวอย่างที่สำคัญให้เห็นคร่าวๆดังนี้

 

ตัวอย่างข้างล่างเป็นการแสดงให้เห็นว่าสมองของเรามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับพฤติกรรมการทำงานของเราอย่างไร

 

1. ยิ่งเราเก่งในเรื่องใดมากเท่าไหร่ เรายิ่งคิดน้อยในเรื่องนั้นมากเท่านั้น 

 

ไม่ต้องประหลาดใจ ที่เรามักจะพบว่า ผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่าน ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้เร็ว หรือ หลายๆท่านขาดทักษะการบริหารธุรกิจที่เด่นชัด  จากการศึกษาของดิฉัน หลายองค์กร ต้องการให้พัฒนา สายงานที่เกี่ยวข้องกับความเชี่ยวชาญ เช่น ผู้จัดการโรงงาน  โปรแกรมเมอร์ หรือ อื่นๆ ในด้าน ทักษะทางธุรกิจ ด้วยบอกว่า พวกเขามักมีแนวโน้ม ไม่เข้าใจแผนกอื่นที่แตกต่างจากตัวเอง ปิดตัว ไม่ยอมรับ เป็นต้น

 

ความจริง คือ ถ้าสมองเราเริ่มชิน หรือ เก่งในเรื่องใด สมองของเราในส่วนนั้นก็จะคิดน้อยลง ในการทำงาน ส่วนพื้นที่การทำงานของสมองเป็นแบบใด สมองก็จะติดพฤติกรรมนั้น และ คิดน้อยลงทันที เรียกว่า การทำงานของสมองจะเกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ ถ้าเราทำพฤติกรรมใดๆเป็นประจำ สม่ำเสมอ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า คนเราจะมีความชำนาญมากขึ้น ถ้าเราทำสิ่งใดบ่อยๆ หรือ เป็นประจำ เช่น เราขับรถได้เก่งมากขึ้นกว่าตอนขับครั้งแรก พนักงานเก็บเงิน สามารถกดเครื่องคิดเงิน โดยไม่มองหน้าแป้น หรือ อื่นๆ ลักษณะแบบนี้ เรียกว่า สมองอยู่ในระดับการทำงานของ "autopilot" หรือ ระดับกระทำได้เองโดยอัตโนมัติ ถ้าเราอยู่ในระดับนี้ กิจกรรมดังกล่าว จะเป็นเรื่องง่ายมาก เรียกว่า ทำแบบไม่รู้ตัว เราอาจจะบอกว่า มันเป็นเรื่องที่เราเองสามารถหลับตาทำยังได้ หรือ หลับไปแล้วก็ยังทำได้ ลักษณะแบบนี้ เกิดขึ้นกับผู้บริหารหลายๆท่าน ที่เก่งในงานของตนเอง แต่เมื่อจะเติบโตขึ้น ทักษะหลายๆด้านกลับกลายเป็นสิ่งแปลกใหม่ ไม่เข้าใจ หรือ ทำไม่ได้ดี 

 

2. สมองของเราสามารถทำให้เชื่อว่าเราถูก ทั้งๆที่เราผิด 

 

ดิฉันเองขอเรียกว่า "ความเชื่อ" ของเรานั่นเอง เราจะเชื่อในสิ่งที่อยากจะเชื่อ เราจะเห็นบนพื้นฐานของสิ่งที่เราเชื่อว่าเราเห็น ดังนั้น จึงไม่น่าประหลาดใจว่า เวลาที่เราต้องการให้ใครสักคนเชื่อสิ่งใหม่ ทั้งๆที่ข้อมูล หลักฐานต่างๆพร้อม เขาก็ยังไม่ยอมรับอยู่ดี

 

3. ถ้าไม่มีอิทธิพลจากการแนะนำ สมองทำการโดยอัตโนมัติว่าควรจะตัดสินใจเชื่อใคร หรือ ไว้ใจใคร  

 

เราทุกคนมีประวัติในชีวิต ประสบการณ์ และ สิ่งที่พบเจอแตกต่างกันอย่างแน่นอน ดังนั้น ดิฉันจะเรียกว่า "ห้องสมุด" ดิฉันเรียกว่า สมองทุกคนจะมีห้องสมุดของตนเอง สำหรับการตรวจสอบเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามา ว่าสอดคล้องกับข้อมูลเดิมที่เรามีไหม เรียกว่า ทำงานโดยอัตโนมัติ แบบไม่รู้ตัว ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะพูดว่า เรารู้สึกถูกชะตาคนแบบนี้ หรือ ลักษณะแบบนี้ ซึ่งเป็นเพราะ เราเองมีข้อมูลในห้องสมุดที่สอดคล้องกับคนดังกล่าว บางคนเราไม่ชอบ ทั้งๆที่ยังไม่เคยพูดคุย เพราะ เราเองเคยมีข้อมูลที่ไม่ดี ต้องระวังภัย เกี่ยวกับบุคคลเหล่านี้ ในห้องสมุดของเรา ดังนั้น เราจะใช้ข้อมูลต่างๆบนพื้นฐานเรื่องราวที่เราเก็บไว้ในห้องสมุดของสมองเรา ดิฉันคิดว่า ท่านผู้บริหารเองก็เช่นกัน เลือกที่จะคิด เลือกที่จะเชื่อ บนพื้นฐานของบุคคลที่ยอมรับ หรือ ถูกใจ

 

ข้างบนเป็นข้อมูลคร่าวๆที่ดิฉันคิดและวิเคราะห์บนพื้นฐานการทำสำรวจ ซึ่งเป็นการสำรวจบนพื้นฐานความสนใจของตัวเองเป็นหลักนะคะ เรียกได้ว่า เป็นความสุขในการทำ :-)

 

ถ้าท่านใดสนใจในเรื่องเดียวกัน เรามาร่วมกันทำข้อมูลในเรื่องนี้ด้วยกันได้เลยนะคะ

 

ถ้าเราเรียนรู้สมองของเราให้ถูกต้อง เราก็เปลี่ยนแปลงและใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ แต่ทำอย่างไร ให้เราใช้สมองของตนเองได้อย่างถูกต้อง ทำอย่างไร เราถึงจะรู้ว่า เราใช้ศักยภาพของเราเต็มที่หรือยัง หรือ แท้จริงแล้ว เรามีศักยภาพแค่ไหน ทำอย่างไร เราถึงจะสร้างสมองของเราให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ไม่โดนสิ่งแวดล้อม หรือ อิทธิพลอื่นๆ ทำร้าย  จากการศึกษาและทำด้วยตนเอง เราทำได้ แต่ไม่ง่ายหรอกคะ และขึ้นอยู่กับรูปแบบเดิมของสมองเราที่เคยมีพฤติกรรมแบบใด ดิฉันเรียกว่า เราก็ต้องมาถอนกันให้ถูกต้องเสียก่อน เหมือนกับว่า เราจะปลูกต้นไม้ สมองเป็นพื้นดินที่เรามี ถ้าพื้นดิน ที่เรามีเต็มไปด้วยวัชพืช หรือ พืชที่ไม่ต้องการ เราก็ต้องถอนออกเสียใหม่ ปรับพื้นดิน ใส่ปุ๋ย เราก็จะได้ พื้นดินที่ดี พร้อมใช้ ดังนั้น เมื่อเราใส่เมล็ดพันธ์ใหม่ที่ดี เราก็จะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ในทางกลับกัน ถ้าเราไม่ถอนวัชพืชเดิม แต่ใส่เมล็ดพันธ์ใหม่ลงไปเลย ก็อาจไม่เห็นผล หรือ โตแบบไม่สมบูรณ์  แล้วคุณละคะ ถ้าสมองเป็นพื้นดินของคุณ พื้นที่ของคุณใช้อย่างดีและถูกต้องที่สุดหรือยังคะ?

 

 

KG ProCoach - MissConsult

 

Copyright 2016-2020: บทความ ข้อความ ข้อมูล รวมความถึง เนื้อหารายละเอียด ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ MissConsult Co., Ltd. การเก็บข้อมูล อาจทำได้โดยวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องกับทางการค้า สื่อ หรือ ตีพิมพ์ซ้ำ คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ การ ทำซ้ำ เผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือ จำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท บริษัทจะดำเนินการ ตามกฎหมาย กับผู้ละเมิดสิทธิดังกล่าวโดยทันที

 

Please reload

Featured Review

Neuroscience for Competency: บรรลุสมรรถนะผ่านหลักการทำงานของเส้นใยประสาท

November 17, 2015

1/10
Please reload

Tag Cloud
Please reload

Please reload