© 2018  M.I.S.S.Consult

The Professional of Psychometric tests & People Development Provider

นิทานชาดก : พูดได้ ต้องทำได้

การอ่านนิทานที่ดี และ ให้คติ เราถือว่าเป็นการผ่อนคลายทางจิตใจที่ดีอย่างหนึ่ง ในปัจจุบัน นิทาน แทบจะหาอ่านได้ยาก คนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน พบว่า มีชีวิตที่ว้าวุ่น เหนื่อยใจ การผ่อนคลายที่คาดหวังในการนิทานสนุกๆ สอนแง่คิดดีๆ หาได้ยาก เพราะส่วนใหญ่ เราจะเห็นว่า เต็มไปด้วยหนังสือนิยาย ที่เป็นแนวของความรัก ความพิศวาศ ยิ่งอ่าน บางท่านก็ดูเหมือนว่า ตรงกับชีวิตจริง อ่านไปอ่านมา เศร้าไปกับนิยาย หรือ เพ้อฝันกันไป ก็อาจจะเป็นการผ่อนคลายสำหรับบางท่าน แต่ดูเหมือนประโยชน์จะได้กลับมาน้อย


นิทานชาดก เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ อ่านเพื่อให้แง่คิดกับชีวิต เป็นเรื่องราวนิทานที่ไม่เป็นพิษกับผู้ใด และสอนแง่คิดผ่านทางนิทานด้วยเรื่องราวของพระพุทธเจ้าก่อนที่จะตรัสรู้
ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยๆ เพลีย ลองหันมาอ่านนิทานชาดกดูสักนิด บางที คุณอาจจะได้คำตอบในเรื่องที่คุณกำลังเหนื่อย หรือ กำลังเพลีย จากการอ่านก็ได้นะคะ

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นหัวหน้าฝูงของนกทั้งหลาย อยู่มาวันหนึ่ง นกพระโพธ์สัตว์พานกบริวารหากินและอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์แห่งหนึ่ง ในกาลครั้งนั้น มีเจ้านกตัวหนึ่ง เที่ยวไปหากินตามลำพังตัวเดียว วันหนึ่งไปพบข้าวเปลือกและถั่วต่างๆ ตกหล่นอยู่บนทางเกวียนจึงคิดว่า

 

“ฮื้อฮื้อ ! อาหารระดับภัตตาคารทั้งนั้น … ทำอย่างไร …เราจะเก็บอาหารพวกนี้ไว้กินตัวเดียวได้ เราต้องไม่ให้ตัวอื่นๆมาแย่งอาหารพวกนี้ของเรา ….อืม ไม่ได้การต้องคิดหาวิธีเสียแล้ว”

 

เจ้านกนั้น คิดจะเก็บอาหารเหล่านั้นไว้กินตัวเดียวนานๆ จึงเข้าไปหานกตัวอื่นๆ แล้วแกล้งถามวิธีหากินของนกแต่ละตัว

 

“นี้เจ้านกทั้งหลาย ข้าพเจ้ามีเรื่องจะถามหน่อย คือ พวกท่านมีวิธีหากินกันอย่างไรบ้าง โปรดนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นวิทยาทานแก่นกรุ่นน้องต่อๆไป”

 

นกบ้างตัวกล่าวว่า

“เราไปหากินข้าวสาลีตามทุ่งนาของชาวบ้าน”
บางตัวก็กล่าวว่า
“เราไปหากินแมลง กินหนอนตามต้นไม้ใหญ่ๆ”
บางตัวกล่าวว่า
“เราไปหากินเมล็ดข้าวเปลือกตามยุ้งฉางของชาวบ้าน”
บางตัวกล่าวว่า
“เราไปหากินผลไมตามสวนของชาวบ้าน”


เมื่อได้ฟังนกทั้งหลายกล่าวถึงที่หากิน เจ้านกเหลี่ยมจัด จึงกล่าวอบรมสั่งสอนนกทั้งหลายไปว่า

“ดีแล้วละน้องๆ เพื่อนๆนกทั้งหลาย ที่พวกท่านไปหากินตามที่ต่างๆตามที่เล่ามา แต่มีอยู่ที่หนึ่งนะ ที่พี่ขอเตือนน้องๆ เพื่อนๆทั้งหลายว่า อย่าไปหากินแถวนั้นเป็นอันขาด เพราะอันตรายมาก”

นกทั้งหลายสงสัยจึงถามว่า
“ที่ไหนละท่าน ที่ว่าอันตราย”

เจ้านกเจ้าเล่ห์จึงกล่าวว่า
“อ้อ ก็ตามถนนหนทางใหญ่ๆ หรือตามซอกเขาที่เกวียน ช้าง ม้า โค กระบือ สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ถ้าเราขืนไปหากินตามที่ที่พี่กล่าวนั้น อาจถูกสัตว์เหยียบตายได้ พูดแล้วขนปีกลุก มันน่ากลัวมากนะ ถ้าถูกเกวียนทับอุจจาระแตกตาย”

 

เจ้านก ได้บอกเตือนนกทั้งหลายอยู่เป็นประจำไม่ให้ไปหากินตามทางสัญจรไปมาของเกวียน เสร็จแล้วตนเองก็แอบไปกินข้าวเปลือกและถั่วที่ตกอยู่ตามรอยเกวียนจนพุงกางกลับรังทุกเย็น

 

อยู่มาวันหนึ่ง เจ้านกก็ไปหากินตามทางเกวียนผ่านสัญจรไปมาเช่นเดิม ขณะที่กินข้าวเปลือกและถั่วอยู่นั่น ก็ได้ยินเสียงล้อเกวียนกำลังผ่านมา แต่พอเหลียวกลับไปดู เห็นเกวียนยังอยู่ไกล ก็เพลิดเพลินกับการกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่สนใจที่จะบินหนี ทันใดนั้น มีเกวียนเล่มหนึ่งแล่นมาทับเจ้านกตัวนั้นตาย

 

เมื่อพระโพธิ์สัตว์ซึ่งเป็นนายฝูง เห็นว่าบริวารหายไปตัวหนึ่ง จึงสั่งให้นกทั้งหลายออกเที่ยวติดตาม นกบริวารตัวหนึ่งจึงไปพบเจ้านกตัวนั้น นอนตายในทางเกวียน ทั้งๆที่ปากยังคาบอาหารอยู่ จึงนำข่าวสารไปแจ้งแก่พระโพธิ์สัตว์นายฝูง

พระโพธิ์สัตว์นายฝูงจึงกล่าวว่า “นกตัวนี้ดีแต่กล่าวสอนผู้อื่นเท่านั้น แต่ตัวเองไม่ได้ทำตามที่สอน เกิดความโลภในอาหาร กลัวนกตัวอื่นจะไปแย่งอาหารกิน เลยแกล้งกล่าวสอนให้เห็นพิษภัยในการหากินตามเกวียน สุดท้ายต้องจบชีวิตลงเพราะล้อเกวียน อย่างที่ตนสอนผู้อื่น”

 

นิทานเรื่องนี้ให้คติและข้อคิดว่า

การทำ การพูด การคิด ของคนทุกคน ต้องให้สอดคล้องและประสานสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก่อนทำ ก่อนพูด ควรคิดพิจารณาให้ดีก่อน และ เมื่อพูดอย่างไรแล้ว ควรทำตามที่พูดนั้น มิใช่เข้าทำนองสุภาษิตไทยที่ว่า “ปากว่า ตาขยิบ” และควรรู้ด้วยว่า “ถ้ายังไม่พูด เราเป็นนายคำพูด แต่ถ้าพูดแล้ว คำพูดเป็นนายเรา”

สำหรับนินทานเรื่องนี้ เราสามารถใช้เป็นแบบอย่างในการที่เราจะตัดสินหรือเชื่อใครสักคนว่า คนที่สอนเรา หรือ ตักเตือนเรานั้น ตัวเขาเองได้กระทำเป็นตัวอย่างดังที่เขาพูดหรือสอนได้หรือไม่

เช่นเดียวกันที่เราเองก็ต้องหัดอย่า เป็นคนลักษณะดังกล่าวด้วย ให้ระมัดระวังในการพูดและ การกระทำของตนเอง อย่าให้เป็นเหมือนเจ้านกเจ้าเล่ห์อย่างนิทานข้างบน
ดังเราจะเห็นว่า ในปัจจุบันคนมากมาย มักจะชอบพูดพล่อยๆ พูดไม่รับผิดชอบ หรือ แม้นกระทั่ง พูดสอนคนอื่น แต่ตนเองไม่เคยปฎิบัติ คนพวกนี้ ถ้าได้มีอิทธิพล หรือ คนเชื่อถือ ก็รังแต่จะทำความเสียหายให้แก่สังคม หรือ ทำให้สังคมอยู่บนความเสื่อม เราจะสังเกตุได้ว่า คนพวกนี้มักจะเป็นคนพูดดี พูดหวาน เข้าใจพูด ดังนั้น การที่ไว้ใจใคร หรือ เชื่อใคร เราต้องเรียนรู้ที่จะดูการกระทำเป็นหลักมากกว่า
ตัวเราเองก็ต้องไม่เป็นคนที่พูดจาเชื่อถือไม่ได้ด้วยเช่นกัน จำไว้เสมอว่า ถ้าพูดได้ เราก็ต้องทำได้

 


- M.I.S.S.Consult.com 
 
Copyright 2016-2020: บทความ ข้อความ ข้อมูล รวมความถึง เนื้อหารายละเอียด ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ MissConsult Co., Ltd. การเก็บข้อมูล อาจทำได้โดยวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องกับทางการค้า สื่อ หรือ ตีพิมพ์ซ้ำ คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ การ ทำซ้ำ เผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือ จำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท บริษัทจะดำเนินการ ตามกฎหมาย กับผู้ละเมิดสิทธิดังกล่าวโดยทันที

Please reload

Featured Review

Neuroscience for Competency: บรรลุสมรรถนะผ่านหลักการทำงานของเส้นใยประสาท

November 17, 2015

1/10
Please reload

Tag Cloud
Please reload

Please reload