© 2018  M.I.S.S.Consult

The Professional of Psychometric tests & People Development Provider

เทคนิคการลงโทษ

การลงโทษ เราอาจถือว่า เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่สำคัญของหัวหน้างานหรือผู้ที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูง

ถ้าเราเป็นหัวหน้างาน และ ไม่รู้จักการลงโทษลูกน้องที่ถูกต้อง อาจทำให้เราเสื่อมความนับถือจากคนรอบข้าง หรือ ลูกน้องเราเอง หรือ อาจเป็นได้ว่า ลูกน้องไม่เคารพรัก หรือ เป็นหัวหน้าแบบไม่ได้ใจลูกน้อง

บทลงโทษ หรือ การโดนลงโทษ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครปรารถนา โดยเฉพาะ ลูกน้อง ถ้าโดนหัวหน้างานลงโทษด้วยแล้ว อาจจะทำให้เขารู้สึกแย่ อับอาย หรือ ท้อแท้ไปเลยก็ได้

 

สำหรับการเป็นหัวหน้างาน คงไม่มีใครต้องการเพียงตำแหน่งหัวหน้า โดยปราศจากการเคารพนับถืออย่างแท้จริงจากลูกน้อง เพราะ นั่นย่อมหมายถึงว่า เราถูกยอมรับในความสามารถอย่างแท้จริง การลงโทษลูกน้อง ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ ทำให้เกิดความนับถือหรือยอมรับมากที่สุด หัวหน้าจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีหรือ เทคนิคการลงโทษลูกน้อง ที่น่าสนใจดังนี้

 

1. ขอบเขตความรับผิดชอบ

ก่อนที่คุณผู้ซึ่งเป็นหัวหน้างาน จะลงโทษใครสักคน คุณจำเป็นต้องแน่ใจว่า ลูกน้องของคุณ เขาเข้าใจความรับผิดชอบของเขา หรือ หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ อย่างแท้จริง ดังนั้น ถือว่าเป็นความรับผิดชอบเบื้องต้น ที่หัวหน้างาน จำเป็นต้องใส่ใจลูกน้องของท่านในแต่ละคนว่า เขาเข้าใจถึงความรับผิดชอบของเขาอย่างดี เราจะเห็นว่า ขอบเขตความรับผิดชอบ หลายๆ บริษัท มักจะจัดทำ Job Description ให้กับผู้ทำงานในแต่ละตำแหน่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความคลุมเครือ หรือ ความไม่รู้ในงานที่ต้องรับผิดชอบ หรือ ต้องดูแล การที่ลูกน้องของท่านเข้าใจในขอบเขตความรับผิดชอบอย่างดี และ ถ้าทำผิดพลาด เขาย่อมยอมรับผิดได้ง่าย และ คุณไม่จำเป็นต้องลำบากให้การทำให้ยอมรับผิด 

 

2. รู้ข้อมูลทุกอย่าง

สำหรับการลงโทษใครสักคน ไม่ใช่เรื่องที่คุณคิดว่า อยากทำก็ทำเพราะว่าคุณเป็นหัวหน้างาน ซึ่งถ้าคุณทำเช่นนั้น คุณย่อมเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องไม่รัก ไม่นับถือ และยอมเพราะว่า คุณเป็นหัวหน้า คุณมีตำแหน่ง มากกว่า เพราะการยอมรับในตัวคุณ 

 

ดังนั้น การที่คุณจะลงโทษใครสักคน ให้แน่ใจว่า คุณได้รับข้อมูลครบถ้วน ได้สืบค้น รวบรวมข้อมูลอย่างดี และ พบว่า เป็นความผิดของเขาผู้นั้นอย่างแท้จริง 


โปรดอย่าด่วนตัดสินใจลงโทษใคร เพียงเพราะได้รับข่าวลือ การบอกเล่า โดยที่คุณไม่ยอมเสียเวลาเช็คข้อมูล แม้ว่า จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เพราะ ผู้โดนตำหนิ หรือ โดนลงโทษ เรื่องที่คุณคิดว่าเล็กน้อย ย่อมเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาอย่างแน่นอน 

 

3. ให้เกียรติ

การลงโทษถือว่าเป็นเรื่องที่คุณควรทำในที่เป็นส่วนตัว ไม่ควรกระทำการใดๆ หรือ ดุด่า เขาในสถานที่เต็มไปด้วยบุคคลอื่น เพียงเพราะอารมณ์โกรธ หรือ อารมณ์ชั่ววูบ 

 

การถูกกล่าวหา โดนว่า หรือ โดนตำหนิ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องการให้บุคคลอื่นรับรู้ เพราะย่อมเกิดความอับอาย ดังนั้น ในการตำหนิ หรือ ลงโทษ คุณควรจะกระทำในที่ส่วนตัว ระหว่าง คุณ กับผู้ต้องลงโทษ เพื่อเป็นการตักเตือน และ ถ้าต้องการประกาศให้เป็นที่รับรู้แก่บุคคลอื่น เพราะอาจจะมีผลต่อบุคคลอื่นๆ คุณก็ควรทำให้ถูกขั้นตอน เช่น ประกาศ แจ้งความผิด (ในกรณี รุนแรง ให้ออกไปแล้ว และ ต้องการประกาศความผิดของเขา เพื่อมิให้บุคคลอื่นได้รับผลกระทบ เช่น การโกงบริษัท หรือ การลักทรัพย์ เป็นต้น)

 

บ่อยครั้ง ที่หัวหน้าเจ้าอารมณ์บางคน นิยมว่าลูกน้อง ต่อหน้าคนอื่นๆ ภายหลังก็พูดดีด้วย แต่ เชื่อได้ครับว่า ลูกน้องที่โดนคุณทำเช่นนั้น ย่อมไม่มีวันให้อภัยคุณอย่างแน่นอน เขาอาจไม่แสดงออก แต่ คุณย่อมเป็นหัวหน้าที่เขาไม่นับถืออย่างแน่นอน รวมทั้ง คุณเอง ย่อมถูกมองว่า เป็นหัวหน้าที่ไม่น่าเคารพอย่างบุคคลอื่นที่ได้เห็นการกระทำเช่นนั้นของคุณ 

 

คิดดูได้ง่ายๆ ถ้าเป็นคุณ คุณก็ย่อมไม่พอใจ ดังนั้น ก็อย่ากระทำแบบนั้นกับคนอื่น ถึงเขาจะเป็นลูกน้องคุณ แต่ เขาก็เป็นบุคคลที่มาทำงาน กินเงินเดือน ดังนั้น จงเรียนรู้ให้เกียรติเขาในสิ่งที่ถูกต้อง 

 

4. ตำหนิผลงาน

การที่เราจะโทษ หรือ กล่าวโทษ หรือ ลงโทษ หัวหน้างาน ควรจะมุ่งมองไปที่ผลงาน หรือ ผลเสียหายที่เกิดจากการกระทำดังกล่าว มากกว่า จะตำหนิในเรื่องส่วนบุคคล 

 

การลงโทษลูกน้องให้ยอมรับผิด คุณจำเป็นต้องบอกเขาได้ว่า การกระทำของเขาทำไมถึงผิด และ มีผลกระทบอย่างไรต่อทีมงาน ต่อองค์กร หรือ ต่องานที่เขารับผิดชอบ 

 

การชี้ประเด็นไปที่งานที่เขาทำผิดพลาด ย่อมทำให้ลูกน้องรับรู้ และ มองว่า คุณตำหนิในเรื่องของงานมากกว่า เรื่องส่วนตัว 

 

หัวหน้าหลายๆ คน ชอบเอาอารมณ์แบบไม่ตั้งใจ เวลาลูกน้องทำผิด กล่าวโทษว่า ลูกน้องสติปัญญาไม่ดี หรือว่า เป็นคนเห็นแก่ตัว การตำหนิในเรื่องที่คุณไม่สามารถพิสูจน์ได้ ย่อมเป็นการแสดงให้ลูกน้องเห็นว่า คุณเองก็ไม่มีความสามารถต่างจากเขา และ ยังไม่เป็นหัวหน้าทีดีพอ ที่จะสอนหรือ บอกว่า เขาทำผิดต่องาน หรือ ความรับผิดชอบอย่างไร 

 

ดังนั้น การตำหนิ หรือ ลงโทษ หัวหน้างาน ควรจะเน้นไปที่เรื่องของงาน ทำไมถึงผิด ผลกระทบมีอะไรบ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดในภายหน้าอย่างแท้จริง 

 

5. บทลงโทษที่สอง

การลงโทษลูกน้องที่ทำผิดซ้ำเรื่องเดิมๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง หรือ เด็ดขาด วัตถุประสงค์การลงโทษ เพื่อเป็นตัวอย่าง มิให้คนอื่น หรือ บุคคลผู้นั้นกระทำผิดอีก 

 

ดังนั้น การลงโทษ เพียง บ่นว่า โดยไม่มีการชี้แจ้งถึงบทลงโทษในกรณีที่ผิดพลาดอีก ย่อมเป็นไปได้ว่า หัวหน้างานจะพบว่า ลูกน้องท่านนั้น ทำผิดเรื่องเดิมๆให้คุณได้เห็นอีก 

 

บทลงโทษในขั้นที่สอง ก็คือ การทำเรื่องลงโทษเป็นหนังสือ ลายลักษณ์อักษร ซึ่งจดหมายดังกล่าวนี้ ถูกใช้ในหลายๆองค์กรใหญ่ และ ข้าราชการด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการเตือนให้ผู้กระทำผิด ได้ทราบว่า การกระทำผิดของเขาได้ถูกรับทราบ และ สามารถเอาผิดได้อย่างถูกต้อง โดยจดหมายลงโทษนี้ จะมีพยาน หรือ บุคคลที่สาม เป็นพยานว่า ผู้กระทำผิด ได้ยอมรับ และ ถูกตักเตือนจากหัวหน้างานเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างถูกต้อง ถ้าผู้ผิด กระทำผิดซ้ำอีก หัวหน้างาน หรือ องค์กร สามารถให้ออกได้โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายชดเชยแต่อย่างไร 

 

วิธีการนี้ ยังแสดงให้เห็นว่า การลงโทษเป็นเรื่องจริงจัง มิใช่เรื่องเรียกมาดุ แล้ว ก็ปล่อยไปให้เกิดซ้ำซาก จะทำให้ผู้ผิด กลัว และ ระวังไม่ให้เกิดความผิดในเรื่องเดิมๆอีก

 

6. รู้จักลูกน้อง

 การที่คุณเป็นหัวหน้างาน คุณเองจำเป็นต้องเรียนรู้ลูกน้องของคุณแต่ละคน และ รู้วิธีการจัดการกับพวกเขาด้วย มิฉะนั้น จะกลายว่า คุณกลายเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องไม่เกรงใจ หรือ โดนลูกน้องจัดการแทน 

ถ้าคุณมีลูกน้องตามประเภทข้างล่าง ก็สามารถปรับไปใช้ได้ดังนี้ 

 

พวกช่างพูด - ถ้าลูกน้องของคุณ ช่างพูด พูดได้ไม่หยุด ชวนคนโน้นคนนี้คุย ไม่ค่อยทำงาน คุณจำเป็นต้องมอบหมายงานให้เขามากยิ่งขึ้น เพื่อให้เขาไม่มีเวลาไปคุยกับคนอื่น หรือ รบกวนสมาธิคนอื่น รวมทั้ง กำหนดเวลาแล้วเสร็จด้วย จะทำให้เขาใช้เวลาไปทำงาน มากกว่าไปหาเรื่องพูด 

 

พวกขี้นินทา - ถ้าลูกน้องของคุณเป็นประเภทชอบนินทา ยุ่งเรื่องชาวบ้าน ลูกน้องประเภทนี้ คุณจำเป็นต้องเรียกมาเตือน โดยเรียกเข้ามาถามถึงเรื่องที่เขาพูด แล้วถามว่าทำไมเขาถึงคิด หรือ ว่าคนอื่นแบบนั้น 

สำหรับพวกนี้ คุณจำเป็นต้องหาพยาน หรือ สืบให้แน่ใจว่า เขาเป็นคนนินทา หลังจากนั้นเรียกเขามาพบ พร้อมขอให้เขาพูดให้ชัดเจนว่า สิ่งที่เขากล่าวหานั้นมีเหตุผลหรือรายละเอียดเพียงใด ถ้าไม่มีหลักฐาน หรือ ไม่ยอมรับ คุณก็สามารถบอกให้เขาทราบได้ว่า คุณรับรู้ว่าเขาเป็นคนนินทา หรือ ปล่อยข่าวเรื่องดังกล่าว คุณหวังว่า คุณจะไม่ได้ยินอีก และ ถ้าคุณได้ยินหรือพิสูจน์ได้ว่า เขาเป็นคนกระทำจริง คุณจะลงโทษเขาทางวินัย 


หัวหน้างานบางท่าน อาจจะโดนลูกน้องนินทา ถ้าคุณโดนเช่นนั้นจริงๆ อย่าโกรธ แต่จงเรียกลูกน้องที่คุณทราบว่า เขานินทาคุณ เข้ามาพบ ถามว่า ทำไมเขาถึงคิดเช่นนั้น ถ้าเขาไม่ยอมรับ คุณก็ใช้วิธีเดียวกับกรณีข้างบนได้ว่า คุณก็หวังว่า เขาคงไม่นินทาคุณ เพราะเขาเป็นลูกน้องคุณ และ คุณก็ทัศนคติที่ดีต่อเขา ดังนั้น ถ้าเขาได้ยินคนอื่นที่นินทาคุณ ให้เขาบอกคุณ เพื่อที่คุณจะได้ลงโทษทางวินัย เพราะเป็นการแสดงนิสัยที่ไม่ถูกต้อง ในการยุแยง ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายได้ 
เพียงแค่นี้ เขาก็จะไม่กล้าที่จะนินทาคุณอีกแน่ๆ แต่ที่สำคัญ อย่าแสดงอาการโกรธ มากกว่า การทำหน้าเฉยๆ พูดเป็นเรื่องของงาน และ ความถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องใส่อารมณ์ไปด้วย 

 

พวกเรื่อยเฉื่อย - สำหรับลูกน้องประเภทไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่สนใจใคร ให้หัวหน้างานจับสังเกตว่า พวกเจาชอบอะไร ทำอะไรได้ดี จงแสดงความสนใจต่อสิ่งนั้น หรือ ให้เขาได้รับผิดชอบในงานดังกล่าว จะทำให้เขาทำงานได้ดี รวมทั้ง ให้โอกาสเขาได้แสดงความคิดเห็นในสิ่งที่เขาถนัด หรือ ทำได้ดี จะทำให้เขาเห็นการทำงานเป็นเรื่องสนุกสนาน และ ทำงานให้คุณได้ดียิ่งขึ้น 

 

พวกกระล่อน - ถ้าคุณมีลูกน้อง ประเภทรู้มาก หรือ กระล่อน ฉลาดแกมโกง คุณจำเป็นต้องรู้ข้อมูลอย่างละเอียดก่อนที่เรียกเขามาตำหนิ หรือ อบรม เพราะคนพวกนี้ มักไม่ค่อยยอมรับผิด หาข้ออ้างได้เรื่อย ๆ คุณจำเป็นต้องมีหลักฐาน และ ยืนยันให้เขายอมรับได้ว่า คุณเองทราบข้อมูลที่แท้จริง และ เตรียมพร้อมมากกว่าเขา 

 

ถ้าคุณทำได้เช่นนี้ ลูกน้องเหล่านี้ ก็จะไม่กล้าที่ทำผิด หรือ ไม่ยอมรับผิดกับคุณ

 

7. มีเหตุผล

การตำหนิที่มีเทคนิค หรือ การลงโทษที่ยอมรับทุกคน ก็คือ การพูดด้วยเหตุและ ผล สิ่งที่คุณพูด หรือ ตำหนิ จำเป็นต้องเป็นเรื่องคุณพิสูจน์ได้ว่าเขาเป็นผู้กระทำผิด และ การแก้ไขกระทำได้อย่างไร เพื่อเป็นการทำให้เขาทราบว่า คุณตำหนิ แต่ คุณก็ได้สอนให้เขาเรียนรู้ในการทำที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน 

ถ้าคุณตำหนิ และ ลงโทษ โดยคุณเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาผิดตรงไหน หรือ ต้องทำอย่างไรจึงจะถูก คุณจะเป็นหัวหน้างานที่ลูกน้องมองว่า บ้าอำนาจได้

 

8. การใช้ภาษาและคำพูด

การลงโทษเป็นเรื่องที่จริงจัง และ เป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดี ดังนั้น การใช้ภาษาจำเป็นต้องให้เป็นงานเป็นการ ไม่ล้อเล่น และ ไม่ดุด่า หรือ เหน็บแหนม มากกว่า การพูดตรงๆ และ ทำให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด 

 

9. เปลี่ยนงาน

การที่ลูกน้องทำผิด หรือ ทำผลงานไม่ได้ตามเป้าหมาย นอกจากหัวหน้างานจะตำหนิลูกน้อง หรือ ลงโทษลูกน้อง หัวหน้าเอง จำเป็นต้องสำรวจตัวเองด้วยว่า ลูกน้องทำผิดเพราะว่า เขาไม่เอาใจใส่ ประมาท หรือ สะเพร่า มากกว่า เป็นเพราะ เขาทำไม่ได้ จริงๆ ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าให้งานที่เขาไม่สามารถทำได้ ต่อให้ทำกี่ครั้ง ลูกน้องท่านนั้นก็ย่อมทำผิดได้อีก ดังนั้น หัวหน้า จำเป็นต้องสำรวจว่า ลูกน้องท่านนั้นมีความสามารถในการทำงานที่คุณให้รับผิดชอบจริงหรือ เปล่า ต้องฝึกสอนเพิ่มเติมอะไรให้แก่เขา เพื่อให้เขาทำได้ดียิ่งขึ้นหรือเปล่า อย่าทิ้งความผิดให้ลูกน้องเพียงลำพัง เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่อย่างไร จงเรียนรู้ในการเข้าใจในขอบเขตความสามารถของลูกน้องคุณด้วยเช่นกัน และ ใช้งานให้ตรงกับความสามารถของเขาดีกว่า

 

10. ไม่ให้รางวัล

การที่หัวหน้างานลงโทษลูกน้องท่านใด โปรดอย่าใจอ่อน ปลอบใจภายหลัง ไม่ว่าจะด้วยอะไร เพราะการลงโทษ ก็คือ การลงโทษ และ ผู้ผิด หรือ ถูกลงโทษจำเป็นต้องได้รับการกระทำที่แตกต่าง จากคนที่ไม่ได้โดนลงโทษ หรือ ทำผิด เพื่อให้คนอื่นเห็นเป็นตัวอย่างได้อย่างชัดเจน 

เช่น คนที่โดนลงโทษ อาจจะโดนงดโบนัส หรือ โดนหักโบนัส หรือ ละเว้นการขึ้นเงินเดือน ตามความผิดที่ได้ทำ 

 

ส่วนลูกน้องที่ทำดี ก็ต้องได้รับรางวัลการทำดีด้วยเช่นกัน ถ้าทำได้เช่นนี้ จะทำให้คุณสามารถแสดงจุดยืนได้อย่างเด่นชัด 

 

ไม่เหมาะ ถ้าเขาทำงานไม่ได้ผลจริงๆ ไม่ว่าคุณผู้เป็นหัวหน้างานจะฝึกหรือช่วยอบรบเพียงใด ลูกน้องของคุณก็ยังกระทำผิดเดิม ๆ คุณจำเป็นต้องเรียกเขามาคุย และ กล้าพอที่จะให้เขาย้ายไปทำสิ่งที่ถูกต้อง หรือ ให้เขาลาออกไปเพื่อได้ทำสิ่งที่เขาเหมาะสมกว่า 
อาจจะดูเป็นคนโหดร้าย แต่ในโลกของการทำงาน การใช้คนทำงานในสิ่งที่เขาไม่สามารถทำได้ มีแต่ผลร้ายที่จะเกิดขึ้นมากกว่าผลดี 

 

ถ้าคุณสงสาร คุณสามารถโยกย้ายเขาไปทำงานที่เหมาะสมกับเขา หรือ แจ้งล่วงหน้าให้เขาทราบว่า เขามีความสามารถ เพียงแต่ว่าไม่เหมาะที่จะทำงานกับบริษัทคุณ และคุณให้เวลาเขาเพื่อหางานใหม่ในเวลา หนึ่งเดือน หรือ อื่นๆ เป็นต้น

 

การเป็นหัวหน้างาน คุณจำเป็นต้องเด็ดขาด ในเรื่องที่ควรเด็ดขาด ถ้าคุณเป็นหัวหน้าที่อ่อนไหวมาก หรือ ไม่มีหลักการปกครองที่ถูกต้อง เป็นไปได้ว่า คุณจะไม่มีลูกน้องๆดี ไว้ทำงานให้แก่คุณอย่างแท้จริง

 

- M.I.S.S.Consult.com 
 
Copyright 2016-2020: บทความ ข้อความ ข้อมูล รวมความถึง เนื้อหารายละเอียด ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ MissConsult Co., Ltd. การเก็บข้อมูล อาจทำได้โดยวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องกับทางการค้า สื่อ หรือ ตีพิมพ์ซ้ำ คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ การ ทำซ้ำ เผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือ จำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท บริษัทจะดำเนินการ ตามกฎหมาย กับผู้ละเมิดสิทธิดังกล่าวโดยทั
นที

 

Please reload

Featured Review

Neuroscience for Competency: บรรลุสมรรถนะผ่านหลักการทำงานของเส้นใยประสาท

November 17, 2015

1/10
Please reload

Tag Cloud
Please reload

Please reload