© 2018  M.I.S.S.Consult

The Professional of Psychometric tests & People Development Provider

Comfort Zone - พื้นที่สุขสบาย

May 6, 2015

 

คุณรู้จัก Jack ไหมครับ? และ เคยเป็นเหมือน Jack ไหมครับ? คุณมีความสามารถ เป็นคนดี แต่ไม่เข้าใจ ทำไมสิ่งที่คาดหวัง หรือ สิ่งที่ดีๆ ถึงไม่ค่อยเกิดขึ้นกับคุณ หรือ เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำไมเรื่องดีๆ เหมือนจะเกิดขึ้นกับคนอื่นมากกว่าเรา??

 

ในการทำงานด้านการพัฒนาศักยภาพบุคคล ทักษะด้านหนึ่งที่เคยได้เรียนและพบว่าเป็นทักษะสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของตนเองมากที่สุดคือ ทักษะการเรียนรู้การทำงานภายใต้สถานการณ์ที่ไม่เป็นดังใจ หรือ Discomfort Zone

 

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว (Discomfort) หรือ สถานการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายใจ คุณละเคยมีประสบการณ์แบบนี้บ้างไหมครับ... รู้สึกเบื่อ สิ่งรอบตัว มีเรื่องหลายเรื่องที่ไม่เป็นไปดังใจ และ ทำให้หงุดหงิด หรือ ใครๆก็ไม่เข้าใจคุณ?  ถ้าใช่ แสดงว่า คุณก็เป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังอยู่ในสภาวะเดียวกับ Jack พระเอกในวีดีโอของเรา  วันนี้ เรามาลองเรียนรู้และทำความเข้าใจกันนะครับ...

 

Discomfort Zone & Comfort Zone: 

 

Discomfort อาจได้ยินไม่บ่อยเท่ากับ Comfort Zone “คอมฟอต โซน” โดยมักจะถูกเรียกทับศัพท์ และอาจลืมความหมายที่แท้จริงของคำว่า Comfort Zone ไปเลยก็ได้ 

 

คำว่า Comfort Zone ในความหมายที่แท้จริง คือ คำว่า พื้นที่สุขสบายทางจิตใจ อารมณ์ ของเรา ที่เราเป็นคนกำหนดขอบเขตเอาไว้ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่เรารู้สึกถึงอารมณ์ที่ปลอดภัย ในการปฏิบัติสิ่งต่างๆ ทั้งการทำงาน การตัดสินใจ และ การใช้ชีวิต  ในบทความนี้จะขอเรียกสั้นๆว่า “พื้นที่ สุขสบาย” ของเรา

 

 

วันนี้ MissConsult ขอนำเสนอ เทคนิค การพัฒนาพื้นที่สุขสบาย ของเราให้เกิดประโยชน์ด้านบวกต่อการพัฒนาตนเอง อย่างเป็นขั้นตอน ปฏิบัติได้จริง ไม่ต้องเหมือนกับ Jack ตามวีดีโอ ที่เป็นคนดี มีความสามารถมากมาย แต่กลับขังตนเองไว้กับ พื้นที่สุขสบาย อันแสนจำกัด!!

 

 

ความสำคัญ:

MissConsult พบว่าสิ่งที่แยกคนที่ประสบความสำเร็จ กับคนทั่วไป คือ ความสามารถหรือวิธีการที่พวกเขาบริหารจัดการดูและ พื้นที่สุขสบายของพวกเขาที่แตกต่างกับคนทั่วไป คือ คนที่ประสบความสำเร็จ จะมีความสุขกับพื้นที่สุขสบายของพวกเขา แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะพยายามท้าทาย ความสามารถของตนเองในการขยายพื้นที่สุขสบายของพวกเขาไปที่ละเล็กที่ละน้อย หรือ เรียกว่า ขยายพื้นที่สุขสบายของตนเองให้เพิ่มมากขึ้น  ดังภาพตัวอย่าง

 

 

วงกลมสีเขียว คือ พื้นที่สุขสบายของเรา หรือ ขอบเขต ข้อกำหนด รูปแบบ พฤติกรรม การกระทำ สิ่งต่างๆที่เราชอบ เรายึดถือและมีความรู้สึกสบายใจในการกระทำต่างๆ 

 

ถ้าพื้นที่สุขสบายของเรา คือ วงกลมสีเขียว เป็นวงเล็ก เมื่อเราไปทำงานในสังคมที่ทำงาน หรือ พื้นที่สีส้ม เราก็จะรู้สึกอึดอัด เพราะ ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ความต้องการ ความเคยชิน ที่เราชอบ ถ้าเราไม่เรียนรู้ ไม่พัฒนา เราก็จะพยายามหลีกเลี่ยงไปยังเส้นทางอื่นแทน โดยพยายามรักษากรอบพื้นที่สีเขียวของเราเอาไว้เท่าเดิม !!

 

และ นี้คือ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เราเกิดการใช้ศักยภาพจำกัด และ ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงใดๆให้เกิดขึ้นแก่ตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพตามที่เรามี!

 

ถ้าเราไม่สามารถขยายพื้นที่สุขสบาย วงกลมสีเขียว ของเราให้สอดคล้องอย่างน้อยที่สุดกับวงกลมสีส้มได้ดี แน่นอนว่า ในวงกลมสีฟ้า เรายิ่งจำกัด ส่งผลทำให้เรายิ่งขาดความมั่นใจและขาดความเชื่อมั่นในตนเองอย่างชัดเจน

 

ซึ่งไม่ได้หมายความว่า เราใช้ชีวิตอยู่ไม่ได้ เรายังคงสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ แต่เป็นในกรอบสังคม หรือ ในกลุ่มคนที่เราคุ้นเคย หรือ มีลักษณะสอดคล้องกับพื้นที่สุขสบายของเรา นั่นคือ เรากำลัง จำกัด สังคมของตนเองไปอย่างไม่มีเหตุผลที่ดีเพียงพอ เหมือนเราสามารถทำเงินจากความสามารถที่แท้จริงได้วันละ 1,000 บาท แต่ เรากลับได้รับค่าตอบแทนเพียงวันละ 100 บาท คุณว่า น่าสนใจไหมละครับ? หรือ ถ้าคุณไม่สนใจเรื่องเงิน แต่สนใจเรื่องความสุข ก็เหมือนกับว่า คุณสามารถมีความสุขได้เต็มที่ในความสามารถของคุณ 100% แต่ คุณกลับรู้สึกมีความสุขความมั่นใจในความสามารถของคุณแค่ 10% นั่นเองละครับ

 

 

ยกตัวอย่างเช่น

  • การรักษาเวลา: การเข้าทำงาน เรารู้สึกว่า ไม่ควรกำหนดเวลาการเข้างาน เพราะ เราอยู่บ้าน เราก็ไม่เห็นต้องกำหนดเวลาในการทำอะไร  ดังนั้นเมื่อบริษัทกำหนดให้เข้างาน  หรือ หัวหน้ากำหนดเวลาในการส่งงาน เราย่อมอึดอัด และ ไม่ชอบ (พื้นที่ สุขสบายของเราจำกัดอยู่ในแบบที่เราชอบ คือ สีเขียว และ เราไม่สามารถขยายพื้นที่ของเราไปสู่วงกลมสีส้มได้) และ เมื่อเราไปสู่สังคมระดับกว้างขึ้น เราต้องไปเจอกับคนที่คาดหวังให้รักษาเวลา และ มีข้อกำหนดกฎเกณฑ์มากขึ้น เราก็จะอึดอัดไม่ชอบอีก (เราจะชอบในขนาดของสีเขียว ตามพื้นที่สุขสบายของเรา) ซึ่งในกรณีดังกล่าว ทำให้เราเข้ากับสังคม ได้เพียงระดับแคบ หรือ จำกัด ส่งผลต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ในชีวิตของเราอย่างชัดเจน

 

  • การกินผัก ผลไม้: คนส่วนใหญ่ ไม่กินผัก หรือ ผลไม้ หรือ บางคนเลือกจะไม่กินของที่มีประโยชน์ใดๆ เพียงเพราะ ไม่ชอบรสชาติ โดยไม่มีเหตุผลประกอบใดๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพ หรือ การแพ้สารอาหาร พวกเขาไม่กิน เพียงเพราะ รสชาติไม่ถูกปาก ??  คนเหล่านี้ เลือกรับประทานอาหารหวาน อาหารมัน หรือ อาหารได้ทุกประเภท ที่พวกเขาชอบและรู้สึกว่า ถูกใจ แต่พวกเขากลับหลีกเลี่ยง หรือ ไม่กินผัก ผลไม้เลย ทั้งๆที่ สิ่งดังกล่าว มีผลที่ดีต่อสุขภาพของพวกเขา (ไม่พูดถึงคนที่แพ้อาหารดังกล่าว) ด้วยเหตุผลเพียงแค่นี้ ก็ทำให้คนเราไม่เปลี่ยนแปลงอะไร จนกลายเป็นปัญหาสุขภาพ และ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่ต่อการใช้ชีวิตของพวกเขา คุณคิดว่า อย่างไร?

 

ลักษณะดังกล่าว คือ 2 ตัวอย่างของพฤติกรรมที่ถูกเรียกว่า การจำกัด พื้นที่สุขสบายของตนเองจนกระทบต่อการพัฒนาและการส่งเสริมศักยภาพของตนเองไปอย่างน่าเสียดาย

 

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราจะใช้ศักยภาพของเราได้มากน้อยแค่ไหน หรือ สร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นต่อตนเองและสังคมได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับขนาดของสังคมที่เราเข้าร่วมได้ หรือ กลมกลืนได้ นั่นคือ ระดับของ พื้นที่สุขสบายของเรานั่นเอง!

 

ยิ่งพื้นที่สุขสบายของเรา มีระดับที่กว้างและใหญ่ รวมกับพื้นที่สีส้ม หรือ ขยายพื้นที่ครอบคลุมได้มากในพื้นที่สีฟ้า เรายิ่งสามารถใช้ศักยภาพของเราได้อย่างเห็นผลสัมฤทธิ์สูง

 

ถ้าเราเรียนรู้การบริหารพื้นที่สุขสบายของเราได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เราจะสามารถพัฒนาตนเองได้มาก

 

เราจะสามารถเอาชนะ...

  • นิสัยผัดวันประกันพรุ่ง

  • พัฒนานิสัยการออกกำลังกาย

  • การดูแลตนเอง

  • เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ 

  • เพิ่มคุณลักษณะของความกระตือรือร้น

  • เสริมสร้างคุณลักษณะของผู้นำ ที่แสดงออกถึง การเผชิญหน้ากับความท้าทาย การเปิดรับการเรียนรู้ และ นี้เป็นเพียงประโยชน์เบื้องต้นของ การฝึกทักษะด้านนี้เท่านั้น!

 

ในบทความของ MissConsult นี้ เราจะพูดถึง การบริหาร พื้นที่สุขสบายของเรา ให้มีขนาดที่ดีและส่งเสริมตัวของเราในระดับที่ก่อเกิดผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ

 

ถ้าคุณเป็นผู้หนึ่งที่ตั้งใจอยากพัฒนาตนเอง หรือ เชื่อว่าตนเองสามารถทำได้ดีกว่านี้ บทความนี้ คือ จุดเริ่มต้นที่ดีของการค้นหาคำตอบ!

 

ที่มาของพื้นที่ สุขสบาย

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจ ความหมาย และ ที่มา ของพื้นที่สุขสบาย หรือ Comfort Zone กันให้ชัดเจนสักเล็กน้อย  พื้นที่สุขสบาย หรือ Comfort Zone เป็นพื้นที่ปกติ ที่พวกเราทุกคนต้องมีโดยธรรมชาติ เพราะเป็นกลไกของมนุษย์ในการปกป้องตนเอง ในด้าน ร่างกาย อารมณ์ เพื่อการดำรงอยู่ของตนเองได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข  ดังนั้น โดยความหมายของพื้นที่ สุขสบาย อย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นลบ อย่างที่เราอาจเคยได้ยิน หากแต่ พื้นที่สุขสบายของเราจะส่งผลลบ ก็ต่อเมื่อ เราเริ่มจำกัดพื้นที่สุขสบายของเราไว้เท่าเดิม ในขณะที่สังคมของเราหรืออายุของเรามากขึ้น นั่นคือ สาเหตุหลักของการส่งผลลบ ของพื้นที่สุขสบาย

 

 

พื้นที่สุขสบาย เกิดจากความเคยชินของเราต่อสิ่งต่างๆรอบตัว สิ่งที่เราทำ และ สิ่งที่เราคุ้นเคย ทำให้เราเกิดการยึดติดกับรูปแบบ หรือ แนวทางดังกล่าว เมื่อเราต้องเจอกับสิ่งที่เราไม่ใช่รูปแบบ หรือ แนวทางที่เราชอบ เราย่อมรู้สึกอึดอัด และ ส่งผลต่อทางเลือกของเรา ดังนี้

  • A: เราเลือกที่จะหลีกหนี หันกลับไปยังความเคยชินของเรา ด้วยเหตุผลที่น้อยนิด และ ไม่เกี่ยวกับความเสี่ยงใดๆ ต่อสุขภาพ ร่างกาย มากกว่า เราทำเพราะเรารู้สึกดี สบายใจ  อันนี้ แสดงให้เห็นถึง การกำหนดพื้นที่สุขสบาย และ ไม่ขยายพื้นที่สุขสบาย อย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลลบ ต่อตัวเราเองในอนาคต

 

  • B: เราเลือกที่จะเผชิญหน้า ลองให้เวลาในการศึกษา ทดลอง เรียนรู้ ในระดับที่เราสามารถฝึกฝนตนเองให้เรียนรู้ไปอย่างต่อเนื่อง หรือ อย่างค่อยเป็นค่อยไป รูปแบบนี้แสดงให้เห็นถึง ความสามารถและการเรียนรู้ การขยายพื้นที่สุขสบายของเราได้ดี และ ถูกต้องเหมาะสม ส่งผลบวก

 

โดยทั่วไป คนที่เลือกข้อ A มักจะมาพร้อมด้วยคำตอบที่ว่า ก็นี้คือตัวของฉัน และ ฉันเป็นฉันเอง ซึ่งอาจเป็นคำตอบที่ดูดี แต่ เป็นคำตอบที่ผิดอย่างชัดเจนตามหลักการพัฒนาของมนุษย์ เพราะ มนุษย์ จำเป็นต้องพัฒนาผ่านการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสามารถในการดำเนินชีวิตของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการสืบทอดเผ่าพันธุ์ได้

 

ยกตัวอย่าง เช่น ในวัยเด็ก เราอาจจะขี่แค่จักรยาน แต่เมื่อเราโตขึ้น เราก็ต้องฝึกการขับรถยนต์ เพื่อช่วยสนับสนุนการเดินทางของเราให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากเราเลือก แค่จะขี่จักรยาน เพราะ คุ้นเคย และ ทำได้ชิน เราก็ต้องเดินทางไปไหนด้วยตนเองผ่านการชี่จักรยานเพียงอย่างเดียว (หรือ จะอาศัยผู้อื่นเป็นคนขับเคลื่อนสิ่งที่เราไม่สามารถทำได้ เช่น ขับรถ ซึ่งที่เราทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะขาดความสามารถ แต่เป็นเพราะเราไม่เรียนรู้ในการขับรถยนต์)  

 

สมมุติถ้ามีการแข่งขัน การเดินทางด้วยตนเอง เราเองจะถูกกำหนดความสามารถอย่างจำกัด โดยมีความสามารถ เพียง ขี่จักรยาน เราย่อมสู้ คนที่สามารถขี่จักรยานและขับรถยนต์ได้ด้วย ไม่ได้อย่างแน่นอน  และ นั่นย่อมทำให้เราเสียโอกาสไป เพียงเพราะ เราไม่ให้โอกาสตนเองในการเพิ่มความสามารถจากความเคยชินที่มี หรือ อย่างการแข่งขัน ไตรกีฬา ที่ผู้แข่งขันต้องมีความสามารถได้ทั้ง วิ่ง ว่ายน้ำ และ ขี่จักรยาน ดังนั้น ถ้าเรามีความสามารถน้อย อาจจะทำได้แค่ ขี่จักรยาน แต่ว่ายน้ำไม่ได้ เราก็ไม่สามารถลงแข่งได้ เป็นต้น (ดังนั้น พื้นที่สุขสบาย คือ ข้อจำกัดที่เราสร้างให้แก่ตนเองในการเลือกทำหรือไม่ทำสิ่งต่างๆ)

 

การเป็นตัวของตัวเอง หมายถึงว่า เราได้ให้โอกาสตนเอง ทดสอบ ทดลองแล้ว แต่เราไม่เห็นว่า เราชอบ หรือ รักในการทำสิ่งดังกล่าว เราจึงเลือกไม่ทำ (เรียนรู้แล้ว จึงสามารถเลือกและตัดสินใจได้) แต่ไม่ได้หมายถึง การปฏิเสธสิ่งต่างๆ โดยปราศจากการทดสอบ ทดลอง ด้วยเหตุผลเพียงแค่ไม่ชอบ หรือ ไม่ชิน !

 

ด้วยเหตุดังกล่าว จึงสามารถสรุปได้ว่า พื้นที่สุขสบายของเรา เป็นกลไกเบื้องต้นของการปกป้องดูแลตนเอง  ซึ่งเป็นเรื่องของการพัฒนาได้ โดยการขยายพื้นที่สุขสบาย ผ่านการเรียนรู้ และ ให้โอกาสตนเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ย่อมดีกว่า หลีกหนี หรือ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า เพราะ ถ้าเราทำแบบนั้นบ่อยๆ เราย่อม เป็นคนที่โตด้วยอายุ แต่ ทักษะและความสามารถในการรับมือกับสภาวะรอบตัวถูกจำกัดไปอย่างน่าเสียดาย และ เราคงไม่ต่างจาก Jack ในวีดีโอ ที่เป็นคนดี มีความสามารถ แต่ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ควรจะได้ เพียงเพราะเคยชินอยู่กับพื้นที่สุขสบายที่จำกัดของตนเอง!

 

 

 

ตรวจสอบระดับของ พื้นที่สุขสบาย

MissConsult ขอแนะนำ การตรวจสอบระดับของพื้นที่สุขสบายของคุณว่าอยู่ในระดับที่ส่งผลลบหรือ ไม่ เพราะอย่างที่เราได้เรียนรู้ว่า พื้นที่สุขสบายของเรา เป็นเรื่องธรรมชาติ ดังนั้น เป็นได้ทั้งบวกและลบ เราจึงแนะนำให้ลองพิจารณาตนเองง่ายๆ ตามลักษณะด้านล่าง ว่า คุณมีมากน้อยเพียงใด ยิ่งมีมากก็แสดงให้เห็นว่า เรากำลังจำกัดพื้นที่อยู่สบายของตนเองและ ก่อให้เกิดผลลบ ต่อตนเองในอนาคตได้

  • เราชอบผัดวันในการทำสิ่งต่างๆ: มีงานค้างสะสมมากเกินจะทำ

  • เราขาดการดูแลตนเอง: การออกกำลังกาย การควบคุมการรับประทานอาหารที่เหมาะสม

  • เราเบื่อหน่าย สิ่งรอบตัวได้ง่าย

  • เราไม่ชอบการเรียนรู้อะไร เราคิดว่า เรียนรู้ไปก็เท่านั้น เสียเวลา

  • เราชอบเลื่อนนัด กับคนอื่น

  • เราใช้เวลาส่วนใหญ่ กับ การท่องอินเตอร์เนท อ่านบทความ และ เข้าไปดูข้อมูลอื่นๆทั่วไปๆ โดยไม่มีวัตถุประสงค์อะไรเป็นพิเศษ ใช้เวลากับ Facebook, หรือกับการดูวีดีโอ หรือ อื่นๆ ทางอินเตอร์เนท เพื่อความสบายใจ

  • เรามีหนี้สิน และ มีสิ่งที่ต้องการมากกว่าความสามารถที่เราหาเงินได้

  • เรารู้สึกเครียดได้ง่าย เวลาเจออะไรไม่ถูกใจ หรือ ไม่เป็นไปตามใจ

  • เราชอบวิจารณ์ตนเอง ตำหนิตนเอง

  • เราชอบการวิจารณ์สิ่งแวดล้อม รอบตัว โดยเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

  • เราอิจฉาง่าย

  • เรารู้สึก วิตกกังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต

  • เราชอบแก้ตัว

  • เรารู้สึกว่า ระดับความสามารถของการทำงานตนเองลดน้อยลง

  • เรารู้สึกไม่มีอะไรทำ

  • เรารู้สึก ชีวิตว่างเปล่า ขาดความน่าสนใจ

จากหัวข้อทั้งหมด ถ้าเรามีมากกว่า 2 ข้อ แสดงให้เห็นว่า พื้นที่สุขสบายของเรา กำลังถูกจำกัดผ่านการสร้างความเคยชินของตนเอง และ มีแนวโน้มส่งผลกระทบเชิงลบต่อการพัฒนาการใช้ศักยภาพของเรา ดังนั้น เราจำเป็นต้องเริ่มเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้พื้นที่สุขสบายของเรายังคงเป็นบวกและส่งผลต่อการพัฒนาที่ดีของเราอย่างต่อเนื่อง 

 

ในหัวข้อถัดไป เป็น คำแนะนำเบื้องต้น ที่ทุกท่านสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที โดยจะสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวของเราได้อย่างชัดเจน ผ่านความรู้สึกของความกระตือรือร้น การมีชีวิตชีวา และ การมีความสุขกับการใช้ชีวิตแต่ละวัน ความสัมพันธ์และความสามารถในการทำงานที่เพิ่มขึ้นอย่างสังเกตเห็นได้

 

5 ข้อเตรียมความพร้อม และ พึงระลึกก่อนเริ่มโปรแกรม

  1. ยอมรับตนเอง : ไม่มีใครเกิดมาสมบูรณ์แบบ แต่ทุกคนเกิดมาเพื่อการพัฒนาและเรียนรู้ตลอดชีวิต คุณเองก็เก่งไม่แพ้ใคร เพียงแต่คุณต้องให้โอกาสตนเองในการฝึกฝนและเชื่อมั่นในตนเองในการเปลี่ยนแปลง

  2. พัฒนานิสัยต่อเนื่อง: การเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถเห็นผลได้ในระยะเวลาสั้น แต่ จะส่งผลอย่างชัดเจนในระยะยาว  ในระยะเวลาสั้น คุณจะได้เพียงความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ขอให้คุณพัฒนาลักษณะนิสัยไปอย่างต่อเนื่อง โดยกรอบเวลาทั่วไป คุณจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในช่วงกรอบเวลา 3 เดือน

  3. หาเพื่อน: การเปลี่ยนแปลง คุณต้องการกำลังใจที่ดี การหาเพื่อน หรือ คนที่เชื่อมั่นในตัวคุณ ให้คอยสังเกต หรือ สนับสนุน พฤติกรรมที่คุณจะเปลี่ยนแปลง ย่อมเป็นการสนับสนุนที่ดีอย่างยิ่ง

  4. จดบันทึก: หาสมุดจดบันทึกพฤติกรรม ที่คุณสามารถทำได้ทุกวัน และ พฤติกรรมอะไรที่เป็นอุปสรรค เพื่อเรียนรู้และวางแผนการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ละเล็กที่ละน้อย โดยเริ่มจากสิ่งที่เราสามารถทำได้เร็วที่สุดก่อน

  5. นึกถึงตัวคุณที่อยากเป็น: ลองนึกภาพในด้านที่ดีที่สุดของคนที่คุณอยากเป็น นึกถึง ความสำเร็จ และ ความสุขในชีวิตที่จะเกิดขึ้น ผ่านการเปลี่ยนแปลงที่คุณกำลังดำเนินการ

 

ปัญหาโดยทั่วไป ในระหว่าง การเริ่มโปรแกรม

  • รู้สึกไม่ชิน อึดอัด เหนื่อย :

    • ให้พยายาม ดื่มน้ำเยอะๆ (น้ำสามารถทำให้ร่างกายปรับสมดุล และ เพิ่มระบบการหมุนเวียนที่ดีให้เกิดขึ้น ลดความอึดอัดได้)

    • ให้หาเวลาในการนอนกลางวันอย่างน้อย 20 นาที สามารถช่วยในการปรับสมดุลระหว่างการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่ไม่เคยชินได้ดี

  • ไม่มีเวลา:

    • พยายามกำหนดเวลาแน่นอน ในการทำกิจกรรม และ ทำตามแผนงาน  ทำให้กำหนดสิ่งสำคัญต่างๆได้ดีขึ้น ลดความกังวลในการใช้เวลา

    • พยายามหาคู่ร่วม หรือ คนที่มีความสำคัญ เช่น แฟน หรือ คู่ครอง มาร่วมทำด้วยกัน ทำให้เกิดการใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน และ ลดความเบื่อหน่าย เพิ่มกำลังใจได้ดี

 

โปรแกรมการฝึก ประจำวัน

(ที่ต้องทำทุกวัน เพื่อทำให้เกิดการขยายกรอบ พื้นที่สุขสบาย อย่างมีประสิทธิภาพ)

  1. ฝึกการตื่นเช้า (การตื่นเช้า เป็นพฤติกรรมที่ถูกกำหนด สำหรับการขยาย พื้นที่สุขสบาย)

  2. ฝึกการอาบน้ำเย็น: การอาบน้ำเย็น ทำให้ร่างกายรับความรู้สึกได้ไว ทำให้เกิดการปรับตัวเร็ว

  3. ฝึกการออกกำลังกาย:  กำหนดการออกกำลังกาย ให้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

  4. ฝึกการเขียนบันทึก : ฝึกการเขียนบันทึกทุกวัน

  5. ฝึกการรับประทานอาหารสุขภาพ: ฝึกการรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ แต่ ตนเองไม่ชอบ ให้ฝึกไปที่ละน้อยๆ (ไม่เกี่ยวกับการแพ้อาหาร)

  6. ฝึกการนั่งสมาธิ: ฝึกการนั่งสมาธิ ให้เกิดขึ้นทุกวัน

  7. ฝึกการเรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน : กำหนดการเรียนรู้ ทักษะ หรือ ความรู้ ใหม่ๆ ให้ได้อย่างน้อย 1 เรื่องทุกวัน

  8. ฝึกพูดคุยกับคนที่ไม่สนิท: ฝึกตนเองให้เริ่มพูดคุย หรือ สังเกต คนที่ตนเองไม่สนิท หรือ มีบุคลิกภาพที่แตกต่างกับตนเอง

  9. ฝึกการกำหนดเป้าหมายแต่ละวัน: กำหนดเป้าหมาย ที่จะทำในแต่ละวัน โดย คิดว่า วันนี้ อยากทำอะไรให้เกิดขึ้น หรือ อยากทำอะไรเป็นพิเศษ กำหนดไว้ล่วงหน้าแต่เช้า หรือ กลางคืนก่อนนอน สำหรับสิ่งที่อยากทำในวันต่อไป และ หาเวลาทำเรื่องดังกล่าว

  10. ฝึกการคิด วิเคราะห์: เมื่อรู้สึกไม่ดี หรือ ไม่อยากทำอะไร ให้ลองคิดว่า เพราะ อะไรถึงไม่อยากทำ ถ้าไม่มีปัญหาด้านสุขภาพ ร่างกาย หรือ ก่อให้เกิดผลร้ายต่อคนรอบตัว ลองถามตนเองว่า ถ้าทำแล้วจะเสียอะไร? และควรเปิดโอกาสลองฝึกทำเรื่องดังกล่าวดูก่อนเสมอ อย่าฝึกตนเองให้ปฏิเสธทุกอย่างก่อนที่จะลองทำ 

  11. ฝึกการควบคุมการพูด: ฝึกตนเองให้พูดในความจริง บนพื้นฐานของความสุภาพและให้เกียรติผู้อื่น ไม่พูดโดยไม่คิดถึงคนฟัง

  12. ฝึกในการชื่นชม: สิ่งแวดล้อม คน และ สิ่งที่เรามี เพื่อให้เกิดความรัก ความเชื่อมั่นในตนเอง และ มองหาโอกาสในแง่บวกมากกว่าแง่ลบ

  13. ฝึกในการกำหนดเวลา: การเล่นอินเตอร์เนท หรือ การดูโทรทัศน์ หรือ สิ่งบันเทิงอื่นๆ อย่างชัดเจน

 

ทั้ง 13 ข้อเบื้องต้น จัดเป็นพฤติกรรมที่ช่วยสนับสนุนการขยาย กรอบพื้นที่สุขสบาย ให้เกิดผลบวก และ สนับสนุนการเติบโตของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการฝึกดังกล่าว สามารถเลือกทำที่ละหัวข้อ ไปอย่างละเล็กน้อย (ข้อไหนที่มีอยุ่แล้ว ก็เลือกทำข้ออื่นๆ ต่อไป) ค่อยๆทำ หากทำได้ ก็จะสามารถเห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน โดยสรุป ได้สรุปเทคนิค สำหรับการใช้ในช่วงฝึกพฤติกรรมดังกล่าวไว้ดังนี้

  • เมื่อตื่นนอน ให้ลุกจากที่นอนทันที (ถ้าใช้นาฬิกาปลุก ควรเอาไปวางไกลๆ ไม่สามารถเอื้อมไปปิดจากเตียงได้)

  • เมื่อตื่นนอนให้ทานน้ำเปล่า ทันที เต็มแก้ว อย่างน้อย 3 แก้ว (เตรียมความพร้อมให้ร่างกาย)

  • รีบอาบน้ำ หรือ ออกกำลังกาย

  • ให้เริ่มการฝึกพฤติกรรมดังกล่าว ด้วยกรอบเวลาสั้นๆ และทำให้ได้ก่อน หลังจากนั้นค่อยเพิ่มกรอบเวลา เช่น ตื่นนอนจากเวลาเดิมเร็วขึ้น 30 นาที และ เมื่อเริ่มทำได้ ก็ค่อยๆ เพิ่มเป็น 60 นาทีเป็นต้น หรือ เริ่มนั่งสมาธิ แรกๆให้เริ่มที่ 3 นาที เมื่อทำได้และไม่รู้สึกอึดอัด ก็ค่อยเพิ่มเป็น 5 นาทีเป็นต้น

  • กำหนดเวลานอนให้แน่นอน และ ก่อนนอน 2 ชั่วโมง ไม่ควรใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือ สื่ออิเลคโทรนิค ทั้งหมด (เพื่อปรับสภาพร่างกายให้พร้อมต่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง)

  • ถ้านอนไม่หลับ ให้อ่านหนังสือ (เป็นหนังสือ ไม่ใช่หนังสือออนไลน์)

  • เมื่อจบวันให้ทบทวน สิ่งที่ได้พยายามฝึกในระหว่างวันดังกล่าว อะไรที่ทำให้รู้สึกดี และ อะไรที่ทำให้รู้สึกอึดอัด เรียนรู้อะไร

 

ทั้ง 7 ข้อ เป็นเทคนิคที่สามารถช่วยสนับสนุน การฝึกตามโปรแกรมประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองฝึกดูนะครับ ถ้าสงสัยอย่างไร สามารถติดต่อสอบถามทีมงาน MissConsult ได้ ทางเรายินดีให้คำแนะนำ และ หวังเป็นอย่างยิ่งในการได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาศักยภาพของท่านได้อย่างดีที่สุด 

 

- MissConsult

 

Copyright 2015-2020: บทความ ข้อความ ข้อมูล รวมความถึง เนื้อหารายละเอียด ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ MissConsult Co., Ltd. การเก็บข้อมูล อาจทำได้โดยวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องกับทางการค้า สื่อ หรือ ตีพิมพ์ซ้ำ คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ การ ทำซ้ำ เผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือ จำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท บริษัทจะดำเนินการ ตามกฎหมาย กับผู้ละเมิดสิทธิ์ดังกล่าวโดยทันที

Please reload

Featured Review

Neuroscience for Competency: บรรลุสมรรถนะผ่านหลักการทำงานของเส้นใยประสาท

November 17, 2015

1/10
Please reload

Tag Cloud
Please reload

Please reload