© 2018  M.I.S.S.Consult

The Professional of Psychometric tests & People Development Provider

"The Fear Factors," by MissConsult

January 1, 2014

สวัสดีปีใหม่คะ สำหรับต้นปีแบบนี้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเริ่มต้นของการวางแผนการทำสิ่งต่างๆ เรียกได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งใจเริ่มต้นสิ่งดีๆให้แก่ชีวิตตนเองกันเลยทีเดียว แล้วคุณละคะ??

 

เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าทำไม เราต้องหยุดความตั้งใจในการทำสิ่งที่เราอยากทำ หรือ ทำไม เราถึงมีอุปสรรคทางการคิด และ ไม่ชนะใจตัวเองในการพยายามทำให้สำเร็จตามที่เราตั้งใจ? หัวข้อนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับความกลัวของผู้ทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เราไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จตามศักยภาพที่แท้จริงของเราได้ เรามาลองเรียนรู้กันนะคะ

 

Fear Factors หรือ ความกลัว 4 รูปแบบของผู้ทำงาน 

การเรียนรู้ความกลัว ที่เกิดกับผู้ทำงาน ความกลัว เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เราทุกคนเกิดมาย่อมมีความกลัว เพราะนั่นหมายถึง ความสามารถในการดูแลตนเองให้อยู่รอดได้อย่างดีที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะสงสัย มีปัญหา หรือ ไม่กล้าทำอะไรบางอย่าง 

 

อย่างไรก็ตาม ความกลัวนอกจากจะเป็นประโยชน์ในการทำให้เราอยู่รอดปลอดภัย ความกลัว ก็เป็นโทษแก่ตัวเราในการทำให้เกิดข้อจำกัด และที่แย่ที่สุด คือ การสร้างจินตนาการ คิดต่อไปเอง ทำให้เกิดความกลัวอย่างไม่สมเหตุสมผล หรือ การกลัวแบบไม่มีอยู่จริง ซึ่ง ถ้าความกลัวดังกล่าว เกิดขึ้น ย่อมหมายถึง ความสามารถในการดำรงชีวิตของเราถูกจำกัดลงโดยสิ้นเชิง 

 

ความกลัวที่เป็นอันตรายต่อตัวเรา คือ ความกลัวที่เกิดจากการคิดของเราเอง เพราะ ถ้าเราคิดในเรื่องที่ไม่จริง แต่เราคิดในเชิงความกลัว ความหวาดระแวง เราย่อมกระตุ้นสมองให้หลั่งสารพิษเข้าสู่ร่างกายของเราอย่างง่ายดาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใจ เวลาที่เราเข้าใจผิดอะไรแล้วเราจะรู้สึกเสียใจ ใจสั่น แต่พอเราเข้าใจเรื่องดังกล่าวถูกต้อง อาการดังกล่าว กลับหายไป เพราะ ความกลัวถูกตบแต่งข้อมูลจากสมองของเรา MissConsult ขอนำเสนอข้อมูลด้านความกลัวที่น่าสนใจในสังคมการทำงาน โดยนักจิตวิทยาได้ให้คำจำกัดความลักษณะความกลัวไว้ 4  ประเภทในโลกของผู้ทำงานที่ต้องรู้และบริหารให้เป็นดังนี้ 

 

1. Fear of Danger & Event: ความกลัวอันตรายจากสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งแวดล้อม ข่าวที่อาจส่งผลกระทบต่อตัวเรา เช่น ข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับบริษัทในด้านลบ เช่น บริษัทจะลดพนักงาน จะมีหัวหน้ามาใหม่ หรือ ข่าวลือทั่วไป เช่น ไวรัสอีโบล่ากำลังระบาดในเมืองไทย แบบนี้เป็นต้น 

 

2. Fear of Change: การกลัวการเปลี่ยนแปลง เช่น การต้องปรับ หรือ ต้องเข้าร่วมสิ่งใหม่ๆ เช่น องค์กรมีนโยบายใหม่ เรื่องการทำงาน หรือ ประกาศนโยบายใหม่ ด้านรูปแบบการทำงานที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรือ ความกลัวเมื่อต้องทำงานร่วมกับผู้บริหารคนใหม่ หรือ หัวหน้าใหม่เป็นต้น ก็จะส่งผลทำให้เราหวาดระแวง วิตกกังวล และ ทำให้เครียดแบบยังไม่มีเหตุการณ์ร้ายแบบที่เรากังวลเกิดขึ้นจริง

 

3. Fear of Success: การกลัวความสำเร็จ ชื่อฟังดูแล้ว ไม่น่ากลัว เลยใช่ไหมคะ จริงๆ การกลัวความสำเร็จ ถือเป็น การกลัวแบบจิตใต้สำนึกสั่ง คือ เป็นไปแบบไม่รู้ตัวเอง เช่น การหยุดยั้งตัวเอง เพราะ คิดว่าตนเองไม่มีความสามารถหรือคุณค่าพอ คิดว่าตัวเองทำไม่ได้ เพราะ ใครๆ ก็เคยบอกไว้ว่า เราทำไม่ได้ โดยทั่วไปเกิดจากประสบการณ์ที่ไม่ดีในวัยเด็ก ที่เวลาเราทำอะไรสำเร็จ เรามักจะถูกต่อว่า หรือ ถูกมองว่าแปลก เช่น เราสอบได้ที่หนึ่ง แต่คนในบ้านของเราไม่เคยมีใครสอบได้ที่หนึ่งเลย และ เผอิญทางบ้านไม่ได้ชื่นชมในสิ่งที่เราทำ แต่กลับมองว่า เราโกงข้อสอบหรือเปล่า หรือ มองดูเราแบบไม่เข้าพวก ทำให้เรารู้สึกไม่ดี ความรู้สึกแบบนี้ก็จะเกาะกับเรามา ทำให้เราไม่อยากทำตัวให้เด่น เพราะกลัวว่าจะเข้ากลุ่มไม่ได้ 

 

4. Fear of Failure or Rejection: การกลัวความล้มเหลว การกลัวการถูกปฏิเสธ เช่น การต้องการเอาชนะ การเชื่อใจคนอื่นไม่ได้ ตลอดทั้ง การกลัวว่าถ้าไม่ได้รางวัลหรือชนะอย่างดีที่สุด จะถูกคนอื่นดูถูก หรือ ไม่เห็นค่า ความกลัวนี้ ก็เกิดจากวัยเด็กเช่นกัน แต่เป็นไปในลักษณะตรงกันข้ามกับ Fear of Success คือ เมื่อเราสอบได้ที่หนึ่งและคนในบ้านของเราไม่มีคนเคยได้ที่หนึ่งมาก่อน แต่การได้ที่หนึ่งของเรา ทำให้เกิดการยอมรับ คนในบ้าน รู้สึกดี ให้คำชื่นชมและยกย่องจนลืมเรื่องอื่นๆ และ เมื่อใดที่เราชนะ หรือ ทำได้ เราก็จะได้รับคำชื่นชม ทำให้เรารู้สึกเสพติดการยอมรับ ดังนั้น การทำทุกสิ่งอย่าง เราต้องได้รางวัล ทำให้เกิดการวิตกกังวลในการทำให้ได้ และ ต้องชนะ นั่นเอง ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ความกลัวชนิดนี้ มีมากที่สุดในกลุ่มของผู้ทำงานชาวเอเชีย 

 

การบริหารดูแลอย่างง่ายๆ

  1. Fear of Danger & Event: ความกลัวอันตรายจากสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ 

  • แก้ไข โดยการหาความรู้ ในเรื่องที่กลัวให้มากขึ้น หลายๆแหล่ง เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจอย่างแท้จริง

 

2. Fear of Change: การกลัวการเปลี่ยนแปลง เช่น การต้องปรับ หรือ ต้องเข้าร่วมสิ่งใหม่ๆ

  • แก้ไข โดยการพยายามท้าทายตนเองในการเปลี่ยนแปลง ทำสิ่งใหม่ที่แตกต่าง

 

3. Fear of Success: การกลัวความสำเร็จ เช่น การหยุดยั้งตัวเอง เพราะ คิดว่าตนเองไม่มีความสามารถหรือคุณค่าพอ

  • แก้ไข โดยการสร้างเป้าหมายที่ตนเองต้องการ เพื่อการทำให้ตนเองสบายใจและเป็นไปตามลำดับขั้น ไม่รู้สึกกดดัน หรือ คิดไปเอง

 

4. Fear of Failure or Rejection: การกลัวความล้มเหลว เช่น การต้องการเอาชนะ การเชื่อใจคนอื่นไม่ได้

  • แก้ไข โดยการสร้างเป้าหมายที่ตนเองต้องการ  เพื่อการทำให้ตนเองสบายใจและเป็นไปตามลำดับขั้น ไม่รู้สึกกดดัน หรือ คิดไปเอง

 

ความกลัว ในข้อที่ 3&4 ในบางตำรา อาจถือเป็นความกลัวในหมวดเดียวกัน เพราะ เป็นความกลัวที่เกิดจากประสบการณ์ผ่านการประเมินและตีคุณค่าของเราจากผู้อื่นในสังคมรอบตัวนั่นเอง

 

ความกลัวเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทุกคน เราสามารถกลัวได้ หากแต่จะผิดปกติในกรณี ที่เรารู้สึกกลัวในเรื่องใด ที่เข้าหลักดังต่อไปนี้

 

  • ถ้ามีเรื่องนั้นเกิดขึ้น ทำให้ท่านหงุดหงิดและคิดมากติดต่อกันมากกว่า 7 วัน

  • เรื่องนั้น ติดอยู่ในหัวของท่านลึกๆ และ ท่านก็แอบคิดว่า มันน่าจะเป็นจริง

  • เรื่องนั้น มีผลกระทบต่อการทำงาน การใช้ชีวิตของท่าน คือ ทำให้ท่านมีความสุขน้อยลง 

 

เพียงแค่คำตอบ มี 1 ใน 3 ของข้อข้างบน ก็ถือว่า ท่านจำเป็นต้องเรียนรู้การบริหารจัดการความกล้วของท่านให้ถูกต้อง มิฉนั้นมีแนวโน้มว่า ท่านเองจะเป็นผู้สร้างข้อจำกัดให้แก่ตัวเองในการเติบโตไปอย่างน่าเสียดาย และที่สำคัญ ท่านกำลังทำลายสุขภาพของท่าน ผ่านการคิดในเชิงทำร้ายตนเอง โดยการหลั่งสารแห่งความกังวลออกมาสู่ร่างกายของท่าน สมองของท่านกำลังถูกฝึกอให้หลั่งสารพิษในลักษณะความวิตกกังวลจากสมองของท่านเอง และ แน่นอน สุดท้าย ท่านก็จะทำร้ายตนเอง ด้วยโรคเครียด วิตกกังวล ปวดหัวไมเกรน หรือ ปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา

 

หากท่านสนใจว่า ถ้าเพียงแค่ท่านกลัว สมองของท่านก็หลังสารพิษเข้าสู่ร่างกายของท่านได้เลยหรือ ? ก็อยากให้ท่านลองหาข้อมูลผ่าน youtube ในเรื่องของสมองและความเครียด เพื่อดูการทำงานของสมอง เมื่ออยู่ในภาวะการสร้างความคิดและวิตกกังวล โดยไม่จำเป็นว่าเรื่องนั้นต้องมีอยู่จริง แล้วท่านจะพบว่า ถ้าท่านคิดผิด ท่านเองกำลังหยอดยาพิษเข้าสู่ร่างกายของท่านแบบไม่รู้ตัว 

 

อรุณรัตน์ 

 

- MissConsult

 

Copyright 2014-2020: บทความ ข้อความ ข้อมูล รวมความถึง เนื้อหารายละเอียด ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ MissConsult Co., Ltd. การเก็บข้อมูล อาจทำได้โดยวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องกับทางการค้า สื่อ หรือ ตีพิมพ์ซ้ำ คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ การ ทำซ้ำ เผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือ จำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท บริษัทจะดำเนินการ ตามกฎหมาย กับผู้ละเมิดสิทธิ์ดังกล่าวโดยทันที

 

 

Please reload

Featured Review

Neuroscience for Competency: บรรลุสมรรถนะผ่านหลักการทำงานของเส้นใยประสาท

November 17, 2015

1/10
Please reload

Tag Cloud
Please reload

Please reload