© 2018  M.I.S.S.Consult

The Professional of Psychometric tests & People Development Provider

การบริหาร คนช่างนินทา

January 1, 2014

วิธีการบริหารคนทำงาน ประเภท “คนช่างนินทา”

 

คนทำงาน มีหลากหลายกลุ่ม และ ประเภท เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาบุคคล คือ การบริหารจัดการพนักงานให้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างสุงสุด และ ลดพฤติกรรมด้านลบให้มากสุด

 

ในพฤติกรรมด้านลบของพนักงานที่พบมีหลากหลายประเภท เช่น ...

  • กลุ่มขี้โมโห

  • กลุ่มชอบแก้ตัวไม่รับผิด

  • กลุ่มชอบโดดเด่นรับผิดไม่รับชอบ

  • และ กลุ่มอื่นๆ แต่ที่เราคุ้นเคยกันมากสุด ก็เห็นจะเป็น กลุ่มคนช่างนินทา

 

เรียกได้ว่าในทุกองค์กร เราจะมีกลุ่มพฤติกรรมการช่างนินทา จนดูเหมือนกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมการทำงาน ซึ่งในความเป็นจริง การนินทาไม่ได้ให้ประโยชน์ใดๆต่อองค์กรและทีมงาน และดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่ดูเหมือนเล็กๆแต่สามารถสร้างความเสียหายในระดับใหญ่อย่างง่ายดาย

 

องค์กรที่มีการนินทาสูง ย่อมแสดงให้เห็นถึงการไร้ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน (Trust) การขาดความสามารถในการประสานปรองดองและร่วมมือกัน  (Collaboration)

 

ในกลุ่มพฤติกรรมที่เป็นด้านลบ “การนินทา”อาจดูส่งผลกระทบน้อย และเป็นไปอย่างเงียบๆ แต่ในความเป็นจริง เปรียบเสมือนคลื่นใต้น้ำ ที่ส่งผลร้ายในระยะยาว ดังนั้น การเรียนรู้การรับมือ และ การแก้ไข พนักงาน ลูกน้อง เพื่อนร่วมงานที่ช่างนินทา ให้มีพฤติกรรมลดน้อยลงถือเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง MissConsult ขอนำเสนอวิธีการแก้ไข ปัญหาการนินทาในองค์กรอย่างง่ายๆ สำหรับผู้ทำงานทุกท่าน ที่สามารถยึดถือไปใช้และปฏิบัติได้จริง

 

ความหมาย: การนินทา

 

การนินทา โดยทั่วไป คือ นินทา คำติเตียนลับหลัง”[1][1] หากพิจารณาความหมายและจากรากศัพท์  พิจารณาจากที่ไปที่มาและสภาพความเป็นจริงที่เป็นอยู่ในสังคม อาจหมายรวมไปถึงการตำหนิเพราะผู้พูดไม่ชอบใจ ผู้พูดไม่สบอารมณ์แต่ไม่ตำหนิต่อหน้าหรือไม่ได้ว่ากล่าวตักเตือนต่อหน้า แต่กลับเอาเรื่องของเขาไปตำหนิลับหลัง ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนดี  ทั้ง ๆ ที่เขาทำดีอยู่แล้ว

 

เพราะการนินทาหมายถึงการเล่าเรื่องในทางที่ไม่ดี เล่าเรื่องในแง่ที่ไม่ดีของคนอื่นลับหลัง หรือนำเรื่องที่ไม่ดีของบุคคลที่สองไปเล่าต่อบุคคลที่สาม เพื่อให้ผู้ถูกเล่าถึงนั้นได้รับความเสียหายอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียง  เสียเกียรติ  เสื่อมเสียความเคารพนับถือ  จากคนที่น่านับถือให้ลดความน่านับถือลง  จากคนที่มีเกียรติให้เกียรติลดลง  แม้เรื่องที่เล่านั้นอาจไม่เป็นจริง  และรวมถึงเรื่องนั้นเป็นจริงแต่เป็นเรื่องที่ไม่ควรนำไปเล่าต่อที่สาธารณะหรือบุคคลอื่น เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว  เป็นเรื่องเฉพาะส่วนบุคคล  เป็นเรื่องภายในครอบครัว  และรวมไปถึงเป็นเรื่องที่มีความเป็นจริง  แต่ผู้เล่านำไปขยายความ  ผู้เล่านำไปเติมแต่งให้ผิดเพี้ยนจากเดิม โดยมีเจตนาให้มีความรุนแรงมากขึ้น  เติมไข่ใส่สีโดยมีเจตนาให้ผู้ที่ถูกเล่านั้นได้รับความอับอายขายหน้า  เสื่อมเสียขาดความน่านับถือจากสาธารณะชนหรือเพื่อให้ผู้ถูกเล่านั้นไม่ได้รับความน่าไว้วางใจเท่าเดิมที่เคยเป็นมา

 

การแก้ปัญหาระยะสั้น

วิธีการ ยึดหลักดังต่อไปนี้

  • ส: สุภาพ

  • ห:เหตุผล

การแก้ปัญหาระยะยสั้น อาจทำได้โดย การหลีกเลี่ยงที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพูดคุย หรือ การร่วมสนทนากับเรื่องที่เรียกว่าการนินทาโดยทันที หมายถึงว่า ไม่อยู่ร่วมในสถานการณ์ที่กำลังเกิดการนินทานั้นคือ ถึงจะพูดหรือไม่พูดก็ตาม การที่เราเลือกที่จะอยู่และฟังบทสนทนานั้น ถึงเราจะไม่ได้พูดร่วมด้วย ก็ถือว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการนินทา และเป็นการพัฒนานิสัยในด้านการนินทาให้เกิดขึ้นในตัวเรา ดังนั้น การหลีกเลี่ยง โดยการลุกออกจากกลุ่มดังกล่าวด้วยความสุภาพ ถือเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติทันที โดยสามารถยึดหลัก ดังข้างบนได้ดังนี้

 

  • สุภาพ: เมื่อเห็นว่าในกลุ่ม กำลังมีใครที่เริ่มต้นนินทา ให้แสดงออกด้วยความสุภาพ ยิ้ม และ ขออนุญาตที่จะเดินเลี่ยงออกมาโดยไม่แสดงออกทางกิริยา หน้าตาใดๆ

 

  • เหตุผล: ให้เห็นผลว่า มีงานค้าง หรือ ต้องโทรศัพท์ด่วน เพื่อให้เกิดความสบายใจต่อผู้อื่น และเป็นการขอตัวออกมาจากกลุ่มอย่างสุภาพ

 

เพียงคุณใช้หลักปฏิบัติข้างบน คุณก็จะสามารถช่วยลดพฤติกรรมการนินทาได้อย่างดี และ ยังช่วยทำให้ตัวคุณเองไม่ต้องเป็นภาระในฐานะผู้ร่วม (โดยคุณเองอาจไม่รู้ตัวว่าถูกนำชื่อไปแอบอ้าง ว่าคุณเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เป็นผู้นินทาในเรื่องดังกล่าว)

 

แก้ปัญหาระยะยาว

วิธีการ ยึดหลักดังต่อไปนี้

  • ค: คำถาม

  • ข:เข้มแข็ง

  • ห:เหตุผล

 

หลักการโดยง่ายสำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว คือ การเผชิญหน้ากับผู้ที่มีพฤติกรรมการนินทา เพราะ การแก้ไขปัญหาระยะยาว แสดงถึงความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ด้วยตัวคุณเองได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น การแก้ไขปัญหาระยะยาว เหมาะสำหรับ หัวหน้างาน ในระดับต่างๆ เพื่อช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องของทีมงานที่อาจส่งผลกระทบในระยาวต่อผลปฏิบัติงานของทีมงานและตัวคุณเองในฐานะผู้นำ

 

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาระยะยาว คือ การยึดเป้าหมาย เพื่อให้ลดพฤติกรรมการนินทาให้ได้มากที่สุด ในถึงระดับไม่เกิดขึ้นเลย โดยจำเป็นต้องเริ่มที่ตัวคุณเองก่อน (ในฐานะหัวหน้า) ที่จะต้องมีพฤติกรรมไม่ยอมรับ พฤติกรรมการนินทา ที่เกิดขึ้นในพื้นที่การดูแล และ รับผิดชอบของคุณ เมื่อเกิดขึ้น คุณจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบโดยตัวคุณเอง ในการเรียกบุคคลที่เป็นปัญหาเข้ามาพูดคุย และ ชี้แจง เพื่อให้เกิดการแก้ไข โดยสามารถยึดหลักการข้างบนได้ดังนี้

 

  • คำถาม: การตั้งคำถามที่สุภาพ และ ไม่เป็นการขมขู่กับทีมงานที่มีพฤติกรรมการนินทา ถึงสาเหตุว่าทำไมเขาถึงพูดในเรื่องดังกล่าว

 

  • เข้มแข็ง: คุณเองต้องแสดงออกให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ที่ไม่ยอมรับพฤติกรรมการนินทา เพราะโดยทั่วไ ปคนที่นินทา มักจะดูเป็นคนอ่อนแอ กระทำไปโดยไม่ตั้งใจ หรือ ต้องการความสงสาร คุณต้องแยกให้ออกถึงการแสดงออกในด้านความสงสาร กับการแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของคุณในการยืนยัน ว่าพฤติกรรมการนินทา เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

 

  • เหตุผล: คุณต้องมีเหตุผลที่สุภาพ และ เป็นประโยชน์ ทั้งต่อตัวผู้นินทา และ องค์กร ทีมงาน ว่า เหตุใด เรื่องของการนินทา จึงไม่ควรทำ และ ไม่ควรให้เกิดขึ้น พร้อมทั้งโทษ ของการกระทำดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

 

ตัวอย่าง: คุณทราบว่า คุณไก่ ชอบนินทาคนอื่นๆ และ ล่าสุดได้นินทา นายบี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงาน และทำให้คนอื่นๆเข้าใจนายบีผิด จนไม่มีใครพูดคุยกับนายบี ในฐานะหัวหน้า คุณเห็นว่า เหตุการณ์การนินทาของคุณไก่ สร้างผลกระทบเยอะ คุณจำเป็นต้องเรียก คุณไก่เข้ามาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก คุณสามารถทำได้ดังนี้

 

คุณ: คุณไก่ คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับข่าวลือของนายบี  (คำถาม)

 

คุณไก่: ไม่รู้สิคะ ดิฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า

 

คุณ: อืม แผนกเรา มักมีข่าวลือ หรือ เรื่องของการนินทา เยอะมาก คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (คำถาม)

 

คุณไก่: การนินทาเป็นเรื่องปกตินะคะ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่ใครๆ ก็ทำกันนะคะ

 

คุณ: อืม… ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร ถ้าคุณรู้ว่า เพื่อนร่วมงานที่คุณไว้ใจ ไปพูดเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณลับหลัง ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้

 

คุณไก่: อืม… ก็คงไม่ชอบนะคะ แต่ก็คงเป็นอะไรที่บังคับไม่ได้

 

คุณ: นั่นแสดงว่า คุณคิดว่า การที่คุณถูกคนไว้ใจ เอาเรื่องคุณไปพูดลับหลัง คุณสามารถยอมรับได้เหรอครับ?

 

คุณไก่: พูดคุยทั่วไป ก็คงไม่ได้ทำร้ายใครนี้คะ

 

คุณ: ใช่ครับ การพูดทั่วไปซึ่งทำการพูดโดยตรง ถือเป็นเรื่องที่ไม่ทำร้ายใคร แต่การพูดลับหลัง หรือ การพูดเรื่องนินทา ผมไม่คิดว่าจะเกิดผลดีกับใคร คุณเห็นด้วยไหมครับ?

 

คุณไก่: อืม… คะ

 

คุณ: ครับ ดังนั้น ผมอยากรบกวนให้คุณช่วยสังเกตให้ผมด้วยนะครับ ว่าในกลุ่มของเราเนี้ย มีคนไหนที่มีพฤติกรรมดังกล่าว แล้วช่วยมาบอกผมด้วย เพราะ เราจะได้ช่วยกันแก้ไข เพื่อให้ทีมงานของเราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ไม่ต้องผิดใจกันในเรื่องแบบนี้?

 

คุณไก่: คะ

 

** จากตัวอย่างข้างบน เป็นในกรณีที่คุณไม่มีหลักฐานในการเอาผิดคุณไก่ได้โดยตรงในฐานะผู้นินทา ดังนั้น การทำวิธีนี้ก็จะสามารถส่งผลได้ดีกว่า แต่ในกรณีที่คุณมีหลักฐานการเอาผิดได้ชัดเจน คุณสามารถพูดได้ตรงและกำหนดบทลงโทษเพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมนินทา เกิดขึ้นอีก

 

สำหรับคนที่ชอบนินทา มักจะมีเหตุผลในการบอกกับคุณและตัวเขาเองในการกระทำพฤติกรรมดังกล่าว ดังนั้น MissConsult ได้นำเสนอตัวอย่างคำพูดตอบรับกับลูกน้องช่างนินทา เป็นแนวทางคำตอบ สำหรับรับมือกับลูกน้องที่มีพฤติกรรมการนินทา และ เจ้าเหตุผล สามารถนำไปปรับใช้กับรูปแบบข้างบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับข้อสงสัยอย่างไร หรือ ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านนี้ด้วยกัน ทางเรายินดีได้รับข้อมูลจากท่าน – MissConsult

 

  • ลูกน้องช่างนินทา พูด…: การพูดถึงคนอื่นไม่ได้ทำร้ายใครสักหน่อย

  • คุณตอบ: การนินทา ทำร้ายจริยธรรมและความไว้ใจของทีมงาน และ สร้างบรรยากาศการทำงานที่ไม่ดี คุณคิดว่า อะไรคือผลกระทบของการทำงานที่จะเกิดขึ้นในบรรยากาศดังกล่าวละ?

 

 

  • ลูกน้องช่างนินทา พูด…: การนินทาเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ในโลกนี้ พวกเราก็เป็นมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง

  • คุณตอบ: คุณจะทำอย่างไร ถ้าคุณรู้ว่าเพื่อนที่คุณไว้ใจ เอาคุณไปพูดลับหลัง?

 

  • ลูกน้องช่างนินทา พูด…: ทำไม หัวหน้าต้องมาอะไรกับเรื่องพวกนี้ด้วย มันแค่เรื่องเล็กน้อยเองนะ

  • คุณตอบ: เรื่องเล็กน้อยที่คุณว่านี้ จะช่วยให้เราเข้าใจ มุมมองของตัวคุณเอง และ มุมมองของผมมากขึ้น?

 

  • ลูกน้องช่างนินทา พูด…: ทำไมหัวหน้าไปไม่สนใจ คนที่เขามีปัญหาจริงๆ ทำไมต้องมาใส่ใจเรื่องแบบนี้ด้วย

  • คุณตอบ: การนินทา ถือเป็นปัญหาที่แท้จริง โดยเฉพาะ กับคนที่ถูกนินทา คุณไม่คิดแบบนั้นเหรอ?

 

  • ลูกน้องช่างนินทา พูด…: คุณไม่เคยพูดถึงคนอื่นเลยหรือ

  • คุณตอบ: คุณคิดว่า อะไรคือความแตกต่างระหว่าง การพูดถึงคนอื่นลับหลัง กับการพูดกับเขาโดยตรง?

 

  • ลูกน้องช่างนินทา พูด…: คนอื่นก็พูดว่าฉันลับหลังเหมือนกัน ทำไม ฉันจะว่าคนอื่นบ้างไม่ได้

  • คุณตอบ: ถ้ายังงั้น คุณคิดว่า ผลกระทบระยะยาวที่จะเกิดขึ้น กับองค์กรและทีมงานของเราคืออะไร?

 

  • ลูกน้องช่างนินทา พูด…: ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทำไมคุณไม่ปล่อยเรื่องพวกนี้ให้ผ่านไป

  • คุณตอบ: การนินทา ทำลายความไว้ใจ ความเชื่อมั่น และ ความร่วมมือระหว่างทีมงาน มันไม่ใช่เรื่องที่จะผ่านมาแล้วผ่านไปเฉยๆ

 

ตัวอย่างข้างบน เป็น ตัวอย่างคำตอบกลับง่ายๆ สำหรับการรับมือ กับกลุ่มคนช่างนินทา ที่มากด้วยหลากรายเหตุผลสำหรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพวกเขา คุณละ มีประสบการณ์ในด้านนี้อย่างไร ร่วมแบ่งปันกับเราได้นะครับ

 

MissConsult Team

 

- MissConsult

 

Copyright 2014-2020: บทความ ข้อความ ข้อมูล รวมความถึง เนื้อหารายละเอียด ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ MissConsult Co., Ltd. การเก็บข้อมูล อาจทำได้โดยวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องกับทางการค้า สื่อ หรือ ตีพิมพ์ซ้ำ คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ การ ทำซ้ำ เผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือ จำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท บริษัทจะดำเนินการ ตามกฎหมาย กับผู้ละเมิดสิทธิ์ดังกล่าวโดยทันที

Please reload

Featured Review

Neuroscience for Competency: บรรลุสมรรถนะผ่านหลักการทำงานของเส้นใยประสาท

November 17, 2015

1/10
Please reload

Tag Cloud
Please reload

Please reload