• Career Coach., MissConsult.com

ผู้บริหารแทบทุกคนคิดว่าพวกเขาคือโค้ช


ผมได้อ่านบทความจาก HBR ในหัวข้อ Most Managers Think of Themselves as Coaches ซึ่งเขียน โดย Jack Zenger และ Joseph Folkman ซึ่งเป็นบทความที่น่าสนใจ และดีมากๆ จึงขอทำการแปลให้ทุกคนได้อ่านกันนะครับ

บทความนี้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า

"ในการเป็นผู้บริหาร คุณคิดว่าตัวคุณนั้นเป็นผู้นำหรือโค้ชหรือไม่? คุณรู้สึกว่าการที่ลูกน้องเห็นคุณเป็นคนเก่งหรือการมีสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเท่าเทียมกันอย่างไหนสำคัญมากกว่า? คุณเป็นคนที่แก้ปัญหาต่างๆหรือช่วยลูกน้องในการค้นหาวิธีแก้ปัญหาของเขาเอง? คุณรู้สึกดีกับการสั่งงานหรือการช่วยกันทำงานมากกว่า?"

จากการสำรวจที่ผู้เขียนได้ทำขึ้นแสดงให้เห็นถึง ความอยากที่จะมีลักษณะในการเป็นโค้ชมากกว่าที่ผู้เขียนคาดการณ์ไว้

และในการสำรวจของผู้เขียน เขาได้ทำการทดสอบ 30 คุณลักษณะสำคัญของการเป็นผู้นำที่ดี ผู้นำที่แย่ และโค้ชที่ยอดเยี่ยม

ผู้อ่านมากกว่า 2,000 คนได้เข้าร่วมการทำสำรวจนี้ ผู้เข้าทำแบบสำรวจนี้มาจากทั่วโลก ซึ่ง 60 เปอร์เซ็นต์มาจากอเมริกา 10 เปอร์เซ็นต์จากแถบยุโรป 9 เปอร์เซ็นต์จากแถบเอเชีย 6 เปอร์เซ็นต์จากประเทศแคนาดา 2 เปอร์เซ็นต์จากแถบอเมริกากลางและใต้ 2 เปอร์เซ็นต์จากแอฟริกา และ 11 เปอร์เซ็นต์คือที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

ผู้เข้าร่วมทำการสำรวจมีตำแหน่งงานที่หลากหลายครบคลุมทุกตำแหน่งงานโดยแบ่งเป็น ผู้บริหารระดับสูง 20 เปอร์เซ็นต์ ผู้บริหารอาวุโส 23 เปอร์เซ็นต์ ผู้บริหารระดับกลาง 27 เปอร์เซ็นต์ และอีก 30 เปอร์เซ็นต์คือหัวหน้างาน

จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า 3 ใน 4 ของผู้เข้าทำการสำรวจ พึงพอใจกับการบริหารผ่านการโค้ช มากกว่า ภาวะผู้นำแบบชี้แนะโดยบริหารงานผ่านการให้คำแนะนำและวิธีการทำงานที่ชัดเจน

จากประสบการณ์และการค้นคว้าของผู้เขียนค้นพบว่าโค้ชที่ยอดเยี่ยมมักจะช่วยผู้อื่นให้ค้นพบคำตอบเองมากกว่าการให้คำแนะนำหรือคำตอบไปเลย พวกเขาพึงพอใจที่จะทำงานไปพร้อมๆกันมากกว่าการบอกให้ใครทำอะไร และพวกเขาก็ชอบที่จะปฏิบัติตนเสมอผู้อื่นมากกว่าการเป็นผู้ที่ควบคุมหรือเหนือกว่า

หลายปีก่อน หนึ่งในผู้เขียนได้มีส่วนร่วมในการศึกษาผู้บริหารระดับสูงจาก 50 บริษัทที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์จูน (Fortune) และจัดทำการบรรยาย ในการบรรยาย เขาได้พูดถึง เหตุผลที่ทุกคนมาอยู่ที่นี่เพราะเขารู้สึกว่าการที่ผู้บริหารอยู่ด้วยกันจะมีประโยชน์มากกว่าการแยกออกไปทำเป็นบริษัทของตนเอง ทางเดียวที่เราจะได้ประโยชน์ที่ว่าก็คือการร่วมมือและการทำงานร่วมกัน ผู้บริหารระดับสูง (CEO) แทบทุกคนจากทั่วโลกเองก็จะกล่าวเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จากแบบสำรวจนั้นคงเป็นแค่ความต้องการของผู้เข้าร่วมที่อยากมีคุณลักษณะแบบนั้น แต่ไม่ใช่สิ่งที่เขาทำจริงๆ ผู้เขียนได้จินตนาการถึงผู้อ่านที่พูดกับตัวเองว่า “หัวหน้าไม่ได้สนใจในการให้ฉันค้นหาวิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเอง” หรือไม่ก็คิดว่า “ในบางครั้งเราต้องการการสนทนาแบบเปิด ที่ให้อารมณ์เหมือนการคุยกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน แต่กลับกลายเป็นว่า บอกวิธีการและสั่งให้ทำ” สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ตามปกติ แต่ความแตกต่างระหว่างองค์กรที่หลงลืมทัศนคตินี้ไปชั่วขณะกับองค์กรที่ไม่ได้สนใจเลยอย่างชัดเจน

เมื่อมองลึกลงไปในผลแบบสำรวจ พบว่าคนที่อยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงต้องการมีลักษณะของเพื่อนร่วมงานและช่วยคนอื่นในการหาวิธีการของตนเองเช่นกัน ในขณะที่ตำแหน่งหัวหน้างานจะมีความต้องการลักษณะนี้ต่ำที่สุด ผลลัพธ์นี้ขัดแย้งกับประสบการณ์ของผู้เขียนอย่างสิ้นเชิง จากประสบการณ์ของผู้เขียน หัวหน้างานจะเชื่อว่าพวกเขาถูกคาดหวังให้ทำตามคำแนะนำ คำสั่ง และแน่ใจว่าคำสั่งที่ให้ได้ถูกทำตาม อย่างไรก็ตามไม่น่าเชื่อว่า ในบางครั้งกลุ่มคนเหล่านี้เองก็ชอบการโค้ชมากกว่าภาวะผู้นำแบบชี้แนะ

*Collaborative แปลว่า การร่วมมือกันทำงาน *Directive แปลว่า การสั่งการหรือให้คำแนะนำ

*Top Management – ผู้บริหารระดับสูง *Executives – ผู้บริหาร *Middle Management – ผู้บริหารระดับกลาง

*Supervisor – ผู้จัดการระดับต้น *Individual Contributor – หัวหน้างาน

ผลแบบสำรวจนี้มีน่าสนใจมากเพราะพวกเขาได้พบผู้บริหารและหัวหน้างานหลายคนที่เก่งในการทำงานให้สำเร็จโดยการให้คำแนะนำและชี้แนะทุกรายละเอียดของงาน กับ ผู้นำที่มีอำนาจเด็ดขาดจะทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ในกระบวนการทำงานนี้ ลูกน้องจะไม่เริ่มทำอะไรเลยถ้าปราศจากคำสั่ง เขาจะรอคำสั่งอย่างเดียว เมื่อเวลาผ่านไปกระบวนการความคิดของลูกน้องจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ มันเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้งานเสร็จอย่างรวดเร็ว แต่จะสูญเสียการพัฒนาคนให้ทำงานได้ดีขึ้น คุณค่าของการโค้ชคือการพัฒนาบุคคลและเสริมสร้างทักษะและความสามารถของลูกทีม

ที่มา: https://hbr.org/2014/07/most-managers-think-of-themselves-as-coaches

- M.I.S.S.Consult.com Copyright 2016-2020: บทความ ข้อความ ข้อมูล รวมความถึง เนื้อหารายละเอียด ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ MissConsult Co., Ltd. การเก็บข้อมูล อาจทำได้โดยวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องกับทางการค้า สื่อ หรือ ตีพิมพ์ซ้ำ คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ การ ทำซ้ำ เผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือ จำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท บริษัทจะดำเนินการ ตามกฎหมาย กับผู้ละเมิดสิทธิดังกล่าวโดยทันที

#career #leadership

424 views

© 2018  M.I.S.S.Consult

The Professional of Psychometric tests & People Development Provider