• M.I.S.S.Consult

Neuroscience for Competency: บรรลุสมรรถนะผ่านหลักการทำงานของเส้นใยประสาท


Neuroscience for Competency บรรลุสมรรถนะที่ต้องการ ผ่านการใช้หลักการทำงานของสมอง (เส้นใยประสาท)

Brain & Neuroscience:

จากเดิมที่เรามักจะมีความคิดกันว่า สมองของคนเราเกิดมามีลักษณะแบบใดเราก็จะต้องมีลักษณะแบบนั้นไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย หรือ ที่เรามักจะคิดว่า ถ้าเราเกิดมาฉลาดไม่เท่ากับคนอื่น เราก็ต้องยอมรับเพราะเราเปลี่ยนแปลงสมองไม่ได้

ในปี 1990s วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ด้านสมอง ได้ทำการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ และ เป็นส่ิงสำคัญที่ทำให้เรารู้ว่า สมองของคนเราเป็นได้มากกว่าที่เราเคยคิดและรู้ นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ ได้พบว่า สมองของมนุษย์มีการสร้างเส้นใยประสาทของตัวเองใหม่ตลอดเวลา และ การทำงานของสมองไม่มีวันสิ้นสุดเพราะการสร้างเส้นใยประสาทดังกล่าวตลอดจนเราสิ้นอายุขัย เราไม่ได้เกิดมาพร้อมกันข้อจำกัดของสมอง แต่เราเป็นผู้สร้างข้อจำกัดให้กับสมองของเรามากกว่า หรือ พูดง่ายๆว่า สมองของมนุษย์ มีการปรับและการเติบโตตลอดเวลา แต่จะเติบโตได้มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับการเข้าใจและการสร้างรูปแบบการใช้งานที่ถูกต้องให้แก่สมอง !

Competency หรือ สมรรถนะ

ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายๆองค์กร ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพบุคคลของตนเองให้บรรลุผลงานสูงสุด

ด้วยการค้นพบของ David C. McClelland ในปี 1970 เกี่ยวกับ Competency หรือ สมรรถนะ ทำให้เกิดการตื่นตัวในด้านการพัฒนาศักยภาพบุคคลที่มาจากภายใน (ทัศนคติ ความคิด ความเชื่อของบุคคล) มากกว่า การเน้นเพียงการพัฒนาเพียงศัยกภาพภายนอกทั่วไป เช่นทักษะ ความสามารถในเนื้องาน

จากการศึกษาและการพิสูจน์ ทำให้เกิดการยอมรับอย่างเป็นวงกว้างว่า ถ้าบุคคลมีพร้อมทั้งด้านศักยภาพภายในและภายนอกที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุด ย่อมสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่องค์กรและยังทำให้บุคคลมีความสุขทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว

กระแสการพัฒนาบุคคลด้วย Competency จึงเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น แต่อุปสรรคที่มักจะพบก็คือ การทำให้บุคคลมีความเข้าใจและเกิดพฤติกรรมอย่างที่ต้องการ ทำให้เกิดที่มาของการใช้หลัก Neuroscience เพื่อการพัฒนาอย่างมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุดตามเป้าหมาย

3 หลักการ Neuroscience & Competency:

  • การสร้างลักษณะ หรือ รูปแบบพฤติกรรมที่ต้องการ: การตระหนักรู้ในทิศทางเดียวกัน ถึง ลักษณะและพฤติกรรมที่ต้องการอย่างชัดเจน ดังนั้น รูปแบบ สมรรถนะ ควรมีการแสดงออกถึงลักษณะทางพฤติกรรมได้ หลีกเลี่ยงการเขียนเชิงอุดมคติ ที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ การเขียนจึงยึดหลัก การแสดงออกทางพฤติกรรม ไม่ใช่ ลักษณะการบรรยายเชิงทัศนคติ หรือ การใช้ถ้อยคำ ที่ไม่สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า หมายถึง อะไร

  • การเขียนบรรยายแนวทัศนคติ ตัวอย่างเช่น "...มีความเป็นผู้นำในการประชุม...." ควรถูกเขียนอย่างชัดเจนในรูปแบบพฤติกรรมที่เจาะจง เป็น "...มีการแสดงออกถึงการพูดนำ การสรุปความ และ การติดตามผล ในการประชุม..." อย่างนี้เป็นต้น (โดยจะเห็นได้ว่า ในประโยคที่สอง จะเป็นการระบุพฤติกรรมที่ชัดเจน และ ปฏิบัติได้จริงมากกว่า ประโยคแรก ซึ่งไม่ได้ถูกระบุอย่างชัดเจน)

  • การกระตุ้นผ่าน การสร้างพฤติกรรมที่ต้องการได้จริงในชีวิตการทำงาน: เมื่อมีการกำหนดพฤติกรรมอย่างชัดเจน องค์กร ควรตระหนักรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ในตำแหน่งงานดังกล่าว ผู้ทำงาน มีโอกาสแสดงออกตามพฤติกรรมดังกล่าวได้จริง เช่น ต้องการให้พูดนำ แต่ ในชีวิตการทำงานจริงของพนักงานท่านนั้น ไม่เคยประชุมเลย แบบนี้ ก็จะไม่สามารถทำให้เกิดพฤติกรรมได้

  • การสร้างความเข้าใจ เพื่อสร้างทัศนคติและความคิด: ตามหลัก Behavioral & Competency พฤติกรรมของบุคคล เกิดจากการทำงานของสมองที่ผ่านการคิด อารมณ์ (ปัจจัยภายในของบุคคลเช่น นิสัย แรงกระตุ้นจูงใจ ความตระหนักรู้ในตนเอง และ ความรู้ของตนเองในเรื่องนั้นๆ ) บุคคลมีปัจจัยดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการคิดที่เป็นรูปแบบเฉพาะของตนเอง ดังนั้น การสร้างปัจจัยดังกล่าว สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ง่าย ผ่านการสร้างทัศนคติ ด้วยการสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้อง

  • ดังนั้น การประชุม การสำรวจ และ การเตรียมความพร้อม การอบรม ตลอดทั้ง การตอบข้อซักถาม สามารถสนับสนุนให้เกิดความเข้าใจที่ดีและถูกต้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การสร้างทัศนคติ โดยปราศจาก การสร้างความเข้าใจ ไม่เคยประสบความสำเร็จได้จริง เพราะ ถ้าเราต้องการเปลี่ยนพฤติกรรม แต่เราไม่เปลี่ยนทัศนคติทางความคิด ก็เป็นไปไม่ได้ที่เราจะประสบความสำเร็จในเรื่องดังกล่าว โดย หลักการ การเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นไปตามที่คาดหวัง อย่างแรกที่เราต้องทำให้ได้ คือการเปลี่ยนการคิดของเราให้ถูกต้องเสียก่อน ซึ่ง เราสามารถทำได้ ผ่านการสร้างความเข้าใจ เพราะเมื่อความคิดของเราถูกต้องผ่านการสร้างความเข้าใจ พฤติกรรมของเราก็จะเปลี่ยนไปโดยธรรมชาติของการทำงานสมอง

- MissConsult

Copyright 2015-2020: บทความ ข้อความ ข้อมูล รวมความถึง เนื้อหารายละเอียด ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ MissConsult Co., Ltd. การเก็บข้อมูล อาจทำได้โดยวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องกับทางการค้า สื่อ หรือ ตีพิมพ์ซ้ำ คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ การ ทำซ้ำ เผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือ จำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท บริษัทจะดำเนินการ ตามกฎหมาย กับผู้ละเมิดสิทธิ์ดังกล่าวโดยทันที


© 2018  M.I.S.S.Consult

The Professional of Psychometric tests & People Development Provider