• MissConsult's Coach

12 Signs of Lying Person: จับสังเกตคนโกหก


12 สัญญาณ จับสังเกตคนโกหก

MissConsult ขอแนะนำ หลักการสังเกต การแสดงออกของบุคคล เพื่อรู้ว่า คนไหนกำลังโกหกคุณอยู่ !!

จิตวิทยา คือ ธรรมชาติ การสังเกตพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกต้องผ่านการแสดงออกที่ผิดธรรมชาต สามารถทำให้คุณรู้ได้ทันทีว่า คุณกำลังถูกหลอกอยู่หรือไม่ วันนี้ MissConsult พามาเรียนรู้วิธีการสังเกตคนรอบตัวของเราง่ายๆ ว่า ใครกำลังโกหกเราอยู่ จาก 12 ข้อดังต่อไปนี้

1. เปลี่ยนตำแหน่งศีรษะ อย่างรวดเร็ว

ถ้าคุณถามคำถามใครสักคน แล้ว เขารีบหันศีรษะ หรือ ทำการเคลื่อนไหวศีรษะไปทางใดทางหนึ่ง อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการโกหก ในการตอบคำถามดังกล่าว !!

เหตุผล: ลักษณะการหันศีรษะ อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความกังวล วิตก ส่งผลต่อปฏิกิริยาโดยรวม ของศีรษะ ที่หากไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้าก็จะตอบสนองจะระบบของการป้องกันตัว ผ่านการเคลื่อนที่ศีรษะอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่ พวกเขาจะหันศีรษะออกไปทางตรงข้ามกับคุณ เพื่อเตรียมตัวเองและไม่ต้องการให้คุณเห็นสีหน้าที่แท้จริงของพวกเขา

2. ระดับการหายใจ

เมื่อใครบางคน กำลังโกหก โดยทั่วไป ระดับการหายใจจะแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน โดยพวกเขาเหล่านี้ จะแสดงออกถึงระดับการหายใจที่แสดงความชัดเจนมากกว่าปกติ หรือ ที่เราเรียกว่า อาการถอนหายใจ

เหตุผล: ลักษณะการโกหกในรูปแบบนี้ สำหรับคนโกหกมือใหม่ ที่ยังไม่เจนจัดมากนัก เพราะ เมื่อพวกเขาพูด หรือ ให้ข้อมูลเสร็จแล้ว พวกเขาก็จะรู้สึกเหมือนได้ปลอดปล่อย (จากความกดดัน) ทำให้แสดงออกถึง การถอนหายใจ เฮือกใหญ่ ออกมา ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของการลดความกดดันของร่างกายมนุษย์

แต่สำหรับ คนที่โกหกเก่งมาก คนพวกนี้จะพยายามควบคุมการแสดงออกดังกล่าว (การถอนหายใจ เหมือนหมดห่วง) ก็ให้สังเกต ระดับการหายใจได้ โดย ดูลักษณะการเปลี่ยนแปลงการหายใจของพวกเขา ผ่าน ลักษณะการแสดงออกของไหล่ และ น้ำเสียง ที่จะผิดปกติ เช่น จะเคลื่อนไหวไหล่มากขึ้น หรือ ยักไหล่ ทั้งที ปกติการพูดทั่วไป พวกเขาไม่ได้ทำดังกล่าว หรือ ระดับน้ำเสียง ที่สูงผิดปกติ หรือ ต่ำผิดปกติ ก็ให้ถือเป็นข้อสังเกต ที่คุณควรตั้งข้อสงสัย และ สอบถามข้อมูล

3. ยืนนิ่ง ไม่ค่อยเคลื่อนที่

ลักษณะการยืนหยัดแบบนิ่ง มั่นคง จดจ้อง เพื่อแสดงให้เห็นถึง ความจริงใจ ในขณะที่คุณถามคำถาม ก็เป็นอีกหนึ่งอาการของคนที่กำลังโกหกคุณอยู่

เหตุผล: ลักษณะดังกล่าว เป็นลักษณะการตอบสนองโดยธรรมชาติของมนุษย์ ในการตั้งหลักสู้ ดังนั้น คนโกหกโดยทั่วไป ความคิดของพวกเขา คือ การพยายามตั้งหลักสู้ โดยการยืนยันทางการคิดของพวกเขา ทำให้เกิดการแสดงออกทางการยืนนิ่ง ไม่เคลื่อนไหวร่างกาย ทั้งๆ ที่เรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องการพูดคุยทั่วไป แต่บุคคลดังกล่าว กลับทำท่าเครียดผิดปกติ ผ่านการแสดงออกทางร่างกาย ในลักษณะนิ่ง ไม่เคลื่อนที่ และ เป็นแทบทุกครั้ง ที่คุณถามคำถามหรือเรื่องดังกล่าว เพราะ เขากำลังเก็บอาการโกหกจากคุณนั่นเอง (เป็นการแสดงออกถึงการระวังภัย)

4 พูดย้ำคำเดิม บ่อยๆ

คุณถามคำถามใดๆ และ เขาพยายาม พูดย้ำคำตอบกับคุณ เช่น ฉันไม่ได้ทำจริงๆนะ เชื่อเถอะ ฉันไม่ได้ทำจริงๆ (ลักษณะแบบนี้ มีสิทธิ์ว่าเขาเป็นคนทำ )

หรือ คุณถามว่า ใครมาทำงาน และ มีคนหนึ่งบอกว่า ฉันไม่ได้มาสายนะ การมาสายไม่ดีเลย และ แน่นอน ฉันไม่ได้มาสาย (จะสังเกตว่า เขาพูดคำนี้มากเกินผิดปกติ ดังนั้น บุคคลนี้ มีสิทธ์ที่จะโกหกคุณอยู่)

เหตุผล: เพราะ พวกเขากำลังพยายามที่จะโน้มน้าวให้คุณและตัวเขาเองเชื่อในสิ่งที่พวกเขากำลังพูด ดังนั้น คนพวกนี้จะพยายาม พูดซ้ำ และ พยายาม ใช้คำที่แสดงถึงความ บริสุทธิ์ใจ ตัวอย่างเช่นเขาหรือเธออาจพูดว่า "ฉันไม่ได้ ... ฉันไม่ได้ ... " ซ้ำแล้วซ้ำอีก

และวิธีนี้ ยังถูกใช้ สำหรับ คนโกหก ที่ยังหาข้อมูลไม่ได้ชัดเจนว่าควรโกหกคุณให้เชื่ออย่างไร เขาจึงพยายาม ซื้อเวลาโดยการพูดดังกล่าว เพื่อที่พวกเขาพยายามจะรวบรวมความคิดได้มากขึ้น (มาโกหก คุณได้เนียนยิ่งขึ้น)

5 จับปาก หรือ ปิดปาก

สำหรับสังคมไทย การปิดปาก บางทีอาจเกิดจากผู้พูดไม่แน่ใจใน ความสะอาดของลมปากตนเอง หรือ มีปัญหาสุขภาพในช่องปาก อย่างไรก็ตาม หากการพูดคุยปกติ พวกเขาไมได้ปิดปาก แต่เมื่อคุณ ถามคำถามบางอย่าง พวกเขา กลับทำท่าปิดปาก โดยการใช้มือจับปาก หรือ ลูบปาก ก็เป็นสัญญาณบอกว่า เขากำลังโกหกบางสิ่งบางอย่างกับคุณอยู่

อาการอื่น ๆ ที่ต้องระวัง ได้แก่ ปิดริมฝีปากอย่างฉับพลันหรือกัดริมฝีปาก หรือ เม้มปากโดยไม่รู้ตัว (กดริมฝีปากนิดๆเมื่อพูดเรื่องนี้)

ในทางธุรกิจ คนที่พูดๆแล้วใช้ลิ้นเลียริมฝีปาก ก็ยังถูกแปลความว่า พวกเขาเหล่านั้น กำลังพูดเกินจริง กับคุณอยู่ เพราะ สัญญาณการจับ สัมผัสปากในระหว่างการพูดคุย ทางร่างกายมนุษย์ตีความถึง การปกปิดข้อมูลบางส่วนออกไป หรือ การเลือกให้ข้อมูลที่คิดว่า จะได้ประโยชน์ นั่นเอง

เหตุผล: ปาก คือ อวัยวะของการส่งสาร เมื่อเกิดความไม่แน่ใจในสาร หรือ ข้อมูลที่ส่ง หรือ กลัวอันตรายจากการส่งสาร ปากจะเป็นส่วนที่ถูกสัมผัส หรือ แสดงออกโดยทันที เช่น การปิดปาก กดริมฝีปาก หรือ ยกมือมาเคลื่อนที่แนวปากโดยทันที (ไม่รู้ตัว) เพราะ ร่างกายของเขากำลังบอกคุณว่า ฉันรู้สึกอึดอัด ฉันพูดไม่ออก นั่นเอง (เพราะ เขากำลังโกหกคุณอยู่)

6. การใช้มือในลักษณะปิด

การใช้มือในลักษณะปิดบัง หรือ ปกปิด ก็เป็นสัญญาณอย่างหนึ่ง ที่กำลังแสดงให้คุณเห็นว่า เขากำลังโกหกคุณอยู่ เช่น การพูดคุยทั่วไป เขาก็พูดปกติ แต่เมื่อคุณถามคำถามที่คุณต้องการทราบ เขาแสดงให้เห็นถึง การจับต้นคอ หรือ การจับคอเสื้อ หรือ แม้นกระทั่ง การใช้มือ ประสานส่วนหน้า เพื่อสำรวม ก็ให้สงสัยว่า เขากำลังปกปิดข้อมูลบางอย่างกับคุณอยู่

เหตุผล: ลักษณะดังกล่าว แสดงถึง สภาวะการปัดป้อง การไม่ต้องการ การปกปิด โดยแสดงออกถึงความอึดอัด หรือ ไม่สะดวกในการตอบ จึงเป็นลักษณะของการเลือกข้อมูลมาตอบ หรือ โกหกบางสิ่งบางอย่างกับคุณ

7 การเคลื่อนไหวเท้า หรือ ขาที่กระสับกระส่าย

ลักษณะของบุคคลที่ขณะที่สนทนากับคุณ แต่พวกเขากลับแสดงอาการของความร้อนรน หรือ สับขาไปมา หรือ แม้นกระทั่งการเปลี่ยนขาบ่อยๆ (ขาที่ไขว้) หรือ เคลื่อนที่ขาบ่อยผิดสังเกต เพราะ เป็นการแสดงออกถึงลักษณะของความอึดอัด และ ต้องการออกไปจากสถานการณ์ดังกล่าว

เหตุผล: ขาแสดงออกถึงการเคลื่อนที่ การออกไปจากสถานที่ การเคลื่อนที่บ่อยๆของขา แสดงให้ถึง สภาวะของเขาที่ไม่ต้องการอยู่ในสถานที่ดังกล่าว และ ต้องการออกไป

8. พูดมากเกินไป

เมื่อคุณถามคำถาม และ เขาตอบคำถามที่ดูเหมือนว่า มีข้อมูลต่างๆมากมายประกอบ ให้คุณสงสัยได้เลยว่า เขากำลังโกหกคนอยู่ เพราะ คนโกหก มักจะพูดมาก เพราะ เขาคิดว่า เขากำลังทำให้คุณเชื่อว่า เขาจริงใจ ไม่มีอะไรปิดปัง

ตัวอย่าง

ภรรยา: เมื่อวานไปประชุมที่ไหนคะ

สามี: โอย การประชุมเยอะมากช่วงนี้ ผมต้องไปประชุมหลายที่มาก และ ทุกคนต่างก็มีปัญหา อย่างเมื่อวานประชุมกันตั่งแต่ ห้าโมงเย็นจนถึง สามทุ่ม ประชุมตั่งแต่การขายจนถึงการจัดตารางเที่ยวปีหน้า ผมต้องทำหน้าที่หลายอย่างมากตั่งแต่ การจัดโครงการ การวางตัวคนทำงาน ..............................

ภรรยา: อ้อ คะ

สามี: ยังไม่หมดนะคุณ ผมนะ ยังต้องทำงานที่หัวหน้าต้องการอีก.................................

จากตัวอย่างข้างบน จะเห็นว่า เป็นลักษณะการให้ข้อมูลที่มากเกินความจำเป็น นั่นคือ คุณกำลังถูกโกหก!

9. พูดน้อยเกินไป

การพูดมากเกินไป ก็แสดงให้เห็นว่า เขากำลังโน้มน้าว คุณด้วยข้อมูลเยอะ แต่ ถ้าเขาพูดน้อยเกินไป เช่น ถามคำตอบคำ หรือ หลีกเลี่ยงที่จะพูด นั่นก็แสดงให้เห็นเหมือนกันว่า คุณกำลังถูก โกหก!

เหตุผล: "ถ้าคุณเคยดูวีดิโอการสอบสวนผู้ต้องสงสัยที่มีความผิด คุณจะสังเกตว่า คนผิดเหล่านั้น จะพูดยากมาก โดยเลือกที่จะเงียบ หรือ เลี่ยงการพูดไปเลย" ลักษณะนี้เกิดเนื่องจากระบบประสาทอัตโนมัติลดการไหลเวียนของน้ำลายในช่วงเวลาที่เกิดความเครียดซึ่​​งแน่นอนทำให้เยื่อบุของปากแห้ง และ พวกเขาพูดไม่ออกนั่นเอง เลย หลีกเลี่ยงที่จะพูดไปเลยดีกว่า

10. ชวนพิสูจน์ความจริง

เมื่อใครสักคน กำลังโกหกคุณอยู่ โดยคุณไม่ได้ร้องข้อ หรือ แสดงข้อสงสัย คนเหล่านี้ จะเชิญชวนคุณเอง ด้วยการให้พิสูจน์ได้

เช่น คนสงสัยว่า ใครขโมยเงินคุณ และ คุณถามลูกชายของคุณ ลูกชายของคุณ ไม่เพียงพอ แต่กลับพยายามพิสูจน์ โดยให้คนโทรหาเพื่อน หรือ ถามคุณพ่อ หรือ พยายามพิสูจน์อย่างมากว่า เขาพูดจริง ก็ให้คุณสงสัยได้เลยว่า เขากำลังโกหก!!

เหตุผล: คนโกหกที่เก่งและฉลาด จะรู้ว่า คุณจะหยุดถ้ามีคนพิสูจน์ว่าพวกเขาเป็นแบบที่พูด ดังนั้น คนโกหกพวกนี้จะพยายามให้เอกสาร หลักฐาน หรือ บุคคล มาอ้างอิง กับคุณ โดยที่คุณไม่ได้ร้องขอ

ตัวอย่าง:

สถานการณ์ มีคนพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับคุณกับหัวหน้าของคุณ และ คุณรู้ว่า เป็นคนในกลุ่มเพื่อนของคุณ คุณจึงมาถาม เพื่อน สนิทของคุณ นาย ไก่ นายไข่ และ นายเคน

คุณ: หัวหน้าบอกเราว่า มีเพื่อนเราบอกเขาว่า เราไม่ยอมสอนงานลูกน้อง ทำให้ลูกน้องเราไม่ได้รับการพัฒนาตามที่ควร เราอยากรู้ว่า พวกเราหรือเปล่า เดี๋ยวจะเข้าใจเราผิด เราอยากอธิบาย

นายไก่: อ้าว แล้วทำไม นายไม่ถามหัวหน้าละว่าใคร

นายไข่: เรื่องแบบนี้ หัวหน้าไม่น่าพูดว่าเป็นเพื่อนเลยนะ จะเข้าใจผิดกันไปใหญ่

นายเคน: โห อะไรกัน พวกเราไม่ใช่อยู่แล้ว เพราะอย่างที่นายรู้ พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกันมากว่า 5 ปี และพวกเราก็ทำงานในกลุ่มงานเดียวกัน จะมีใครไปพูดแบบนั้น เห็นๆกันอยู่ว่า พวกเราทุกคนทำงานหนัก และ นายก็ทำงานหนัก เราเองเนี้ยบอกได้เลยว่า วันๆ แทบไม่อยู่โต๊ะไม่มีเวลามาคุยมาพูดเรื่องพวกนี้หรอก ไม่เชื่อก็ถามลูกน้องเราดูได้ แค่มีเวลามากินข้าวกับพวกนายก็หาแทบไม่ได้แล้ว

จากตัวอย่างข้างบน จะเห็นว่า นายเคน คือคนที่น่าสงสัย เพราะ พูดให้ข้อมูลเกินความจำเป็นและมีการให้หลักฐานเพื่อบอกว่าตนเองไม่ได้ผิด ทั้งๆ ที่คุณถามข้อมูลทั่วไป

11 พยายามสบตามากเกินไป

เป็นเรื่องปกติที่พวกเราจะถูกสอนเสมอว่า เราควรมองสบตาคนอื่นเวลาพูด จนทำให้การสบตากลายเป็นการพิสูจน์ความจริงใจ และ คนโกหก ก็ทราบข้อนี้ดี พอๆกับคุณ ดังนั้น คนที่โกหกคุณ เขาจะพยายามสบตาคุณ อย่างมาก เพื่อพิสูจน์ว่า เขาจริงใจ และไม่ได้โกหก

วิธีการสังเกต คือ คนที่สบตาและกำลังโกหกคุณ คนพวกนี้จะพยายามมองตา หรือ สบตาคุณมากเป็นพิเศษ เพราะ พวกเขากำลังพยายามทำให้คุณเชื่อนั่นเอง

เหตุผล: โดยปกติ เราจะสบตาบนพื้นฐาน ความสบายใจของสายตา คือ ถอนสายได้ และ เป็นไปแบบอ่อนโยน ขณะที่คนโกหกจะสบตามคุณแบบ แสดงสายตาจริงใจมาก โดยการจ้องตา และไม่พยายามกระพริบตา หรือ ให้วัดความรู้สึกว่า ถ้าใครพูดหรือสนทนากับคุณ แล้ว การมองตาของเขาที่มองคุณ ทำให้คุณอึดอัด หรือ ผิดปกติ นั่นหมายถึงว่า คนดังกล่าว กำลังโกหกคุณ

มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีพลังงาน และ สายตา คือ แหล่งส่งออกพลังงาน ถ้าใครสักคนกำลังพยายามโกหกคุณอยู่ เขาจะส่งพลังงานของการต้องการควบคุมคุณไปยังสายตาโดยไม่รู้ตัว และ นั่นคือ ความรู้สึกที่ทำให้คุณอึดอัด หรือ ผิดปกติ ถ้าใครมองคุณแล้วคุณอึดอัด ก็ให้สงสัยได้ว่า คุณกำลังถูกโกหกบางสิ่งบางอย่าง

12 ดีเกินจริง

เมื่อใครสักคน บอกคุณถึงสิ่งดีๆต่างๆที่คุณจะได้รับ โดยไม่มีข้อเสียใดๆบอกคุณเลย และ ยังบอกให้คุณคิดถึงแต่ข้อดีๆ โดยไม่ให้ข้อเสียสำหรับการพิจารณา ให้คุณรู้ไว้เลยว่า โอกาสที่คุณจะโดนหลอก หรือ โกหก เกิดขึ้นแล้ว

เหตุผล: ของทุกอย่าง ย่อมมีสองด้านเสมอ การที่ใครสักคน พยายามยกเหตุผลโน้มน้าวเฉพาะข้อดีๆ และ สร้างข้อจำกัดบนพื้นฐานการรีบเร่ง ต้องตัดสินใจ หรือ ต้องทำทันที นั่นคือ เขากำลังหลอกล่อคุณ และ กำลังโกหกคุณอยู่ อย่ายอมเป็นเหยื่อคนพวกนี้โดยเด็ดขาด!

12 ข้อด้านบน สามารถจำได้อย่างง่ายๆ สำหรับการนำไปสังเกตคนรอบตัวของคุณ เพื่อเรียนรู้สัญญาณของการถูกโกหก และ บริหารตนเองได้อย่างเหมาะสม สำหรับคำถาม หรือ ข้อแนะนำใดๆ สามารถติดต่อบอกเราได้ที่ info@missconsult.com

- MissConsult

Copyright 2015-2020: บทความ ข้อความ ข้อมูล รวมความถึง เนื้อหารายละเอียด ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ MissConsult Co., Ltd. การเก็บข้อมูล อาจทำได้โดยวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องกับทางการค้า สื่อ หรือ ตีพิมพ์ซ้ำ คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ การ ทำซ้ำ เผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือ จำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท บริษัทจะดำเนินการ ตามกฎหมาย กับผู้ละเมิดสิทธิ์ดังกล่าวโดยทันที


1,082 views

© 2018  M.I.S.S.Consult

The Professional of Psychometric tests & People Development Provider